• 24 มิถุนายน 2560 - 10:23 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ความไว้วางใจ จากเพื่อนบ้านสู่อาชีพดูแลผู้สูงอายุ

 วันที่ 11 มีนาคม 2560 - 00:33 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 684 ครั้ง พิมพ์

 

สัมภาษณ์/เรียบเรียง: ธนิกา แสงทอง นักศึกษาฝึกงานประชาธรรม ภาพ: ดาว นันต๊ะ



ในยุคปัจจุบัน อาชีพดูแลผู้สูงอายุ มีความต้องการสูงขึ้น ด้วยสัดส่วนของคนวัยทำงานต่ำกว่าผู้สูงอายุ ความเจริญทางการแพทย์ทำให้อัตราการตายลดลง ผิดกับอัตราการเกิดของทารกที่น้อยลงเช่นกัน ความต้องการแรงงานในระบบเศรษฐกิจของประเทศมีเพิ่มขึ้น รวมถึงอาชีพดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นงานหนักเพราะต้องดูแลคนชราซึ่งช่วยเหลือตนเองไม่ค่อยได้ และความไว้วางจากนายจ้างก็เป็นสิ่งสำคัญ พี่ดาว แรงงานข้ามชาติ ที่มาหางานทำในประเทศไทย ปัจจุบันทำ “อาชีพดูแลผู้สูงอายุ”

เรื่องราวในชีวิตของคนแปลกหน้า เขยิบเข้ามาจนเป็นเพื่อนบ้าน สนิทกันจนเกิด “ความไว้วางใจ” นำมาสู่อาชีพที่ทำให้เธอสามารถดูแลครอบครัวได้

พี่ดาว  แรงงานข้ามชาติสาวชาวไทใหญ่วัย 39 ปี เข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ระยะเวลา 9 ปี ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนชาวไทใหญ่เหมือนกันที่เข้ามาทำงานก่อนหน้า พี่ดาวกล่าวถึงช่วงเวลานั้นว่า “ตอนเข้ามาเมืองไทยใหม่ ๆ ลำบากมาก อีกอย่างแรก ๆ เข้ามาก็ไม่มีบัตร ไม่มีอะไรสักอย่าง ก็กลัวมาก กลัวถูกจับ” เป็นความรู้สึกของผู้หญิงที่ต้องจากลูกทั้ง 3 คนเพื่อมาหางานทำ โดยเริ่มงานแรกที่แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนที่จะย้ายมาทำงานเป็นแม่บ้านที่ จ.เชียงใหม่ แต่ก็ได้เงินเดือนเพียงน้อยนิด และถูกกดขี่จากนายจ้าง เมื่อระยะเวลาผ่านไป 3 ปี จึงพาลูกทั้ง 3 คนมาอยู่กันเธอที่ประเทศไทยด้วย ในช่วงเวลา 9 ปีมานี้ พี่ดาว ผ่านงานมาเยอะ แม่บ้าน เสริมสวย สอยผ้า และปัจจุบันอาชีพดูแลผู้สูงอายุ

เริ่มต้นกับอาชีพดูแลผู้สูงอายุ จากการเป็นเพื่อนบ้านรู้จักกันมาก่อน

ชีวิตการทำงานในประเทศไทยของพี่ดาว ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว “การดูแลผู้สูงอายุ” เป็นอาชีพที่เข้ามาโดยบังเอิญ จากเพื่อนบ้านกลายมาเป็นนายจ้างในปัจจุบัน ก่อนหน้าที่จะมาทำอาชีพนี้ พี่ดาวได้ทำงานเป็นช่างเสริมสวย อาชีพที่เจ้าตัวบอกชอบมาก แต่ว่าได้เงินเดือนน้อย ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงจำเป็นต้องหางานใหม่ จังหวะพอดีกับที่เพื่อนบ้านต้องการคนมาดูแลน้องสาว อายุ 80 ปี ที่ตกต้นไม้จนพิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และด้วยความคุ้นเคย อยู่ใกล้ที่พัก เป็นเพื่อนบ้านกัน พี่ดาวจึงรับงานนี้โดยไม่ปฏิเสธ 

 พี่ดาวได้เล่าถึงความสัมพันธ์กับนายจ้างว่า “รู้จักกับนายจ้างมาประมาณ 3 ปีกว่า ๆ เพราะพี่ย้ายมาอยู่ที่วัดเกตการาม 4 ปี กว่าแล้ว ตอนรู้จักกันแรก ๆ ก็เป็นเพื่อนบ้านทั่วไป ตอนนั้นน้องสาวของแกก็ไม่เป็นอะไร ก็รู้จักกันเขาก็เอาของมาให้ เอากับข้าวมาให้บ้าง เขาก็สงสารลูกพี่ เขาก็เอามาให้พี่บ่อย ๆ ก็รู้จักกันไป สุดท้ายเขาก็บอกว่า น้องสาวเขาตกต้นละมุดนี้แหละ น้องสาวแกเดินไม่ไหว ไปไหนไม่ได้ เลยขอให้มาช่วยหน่อยได้ไหม” เงินเดือนจากการดูแลผู้สูงอายุ 9,000 บาท งานไม่มีวันหยุด แต่การทำงานไม่ได้ทำทั้งวัน พี่ดาวบอกว่า ถ้านายจ้างเขาจะพาน้องสาวไปหาหมอ เขาก็จะให้ไปอาบน้ำให้น้องสาวเขา ไป ๆ กลับ ๆ เพราะบ้านก็อยู่ใกล้กัน ในช่วงแรกของการทำงานก็จะยากหน่อย ตอนแรกก็กลัวทำไม่ได้ เพราะแตกต่างจากการดูแลเด็ก จะอุ้มจะยกก็ไม่ไหว พอทำไปนาน ๆ ก็เริ่มชิน ไม่ลำบากเหมือนกับช่วงเริ่มงานแรก ๆ

เมื่อถามว่าเงินเดือนตอนนี้พอกับค่าใช้จ่ายไหม พี่ดาวพยักหน้า แต่เพราะด้วยภาระที่ต้องดูแลลูก ๆ แน่นอนว่าบางครั้งก็ไม่พอ เพราะทุกเช้าจะต้องให้เงินลูก 2 คนไปโรงเรียน คนละ 100 บาท ส่วนลูกคนโตทำงานและแยกไปอยู่คนเดียวแล้ว เงินเดือนจากอาชีพดูแลผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอกับ 3 ชีวิต พี่ดาวจึงมีอาชีพเสริมที่ คือ การสอยผ้า งานที่ทำมาก่อนหน้าจะมาดูแลผู้สูงอายุ พี่ดาวเล่าว่า “พี่สอยผ้า ผ้าพื้นเมือง ผ้าโบราณ เขาเอามาส่งให้ ทำมาจะ 2 ปีกว่า ๆ แล้ว ทำมาก่อนที่จะมาดูแลคนแก่ เพราะเมื่อก่อนร้านขายผ้าเขาอยู่ ไนท์บาซ่า ก็มีคนติดต่อให้ เขาก็สงสารพี่เหมือนกัน เพราะว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกหลายคน เขาก็เลยหางานเสริมให้” ปัจจุบันพี่ดาวจึงทำงานอยู่ 2 งานด้วยกัน คือ ดูแลผู้สูงอายุ และการสอยผ้าเวลาว่างจากงานหลัก

ในช่วงเย็นเมื่อเสร็จจากงาน เป็นช่วงเวลาที่ พี่ดาวจะได้นัดพบปะเพื่อนชาวไทใหญ่ด้วยกัน เพราะเป็นคนมีเพื่อนเยอะ พี่ดาวเล่าว่า “พี่ชอบดื่ม ชอบร้องคาราโอเกะ ก็จะไปคาราโอเกะไทใหญ่แถว ๆ ช้างคลาน ไปถึงหารหัสกดเพลงก่อนเลย ค่อยมานั่งคุยกันทีหลัง บางครั้งก็ร้องเพลงไทย เพลงลูกทุ่ง ตั๊กแตน ปาน พี่ร้องได้หมด (หัวเราะ)” แต่เมื่อถามว่านายจ้างว่าไหม “นายจ้างเขาไม่รู้ว่าพี่ดื่ม ถ้าเขารู้เขาก็จะบ่นนิดหน่อย แต่เขาไม่บ่นเพราะพี่ไม่ให้เขารู้” พี่ดาวเล่าด้วยความอารมณ์ดี และด้วยความสนิทกันอยู่แล้วเวลาทำงานพี่ดาวจึงตั้งใจดูแลผู้สูงอายุอย่างเต็มใจทำให้เต็มที่ แต่พอหลังเวลาเลิกงานก็สนุกให้เต็มที่ เช่นกัน

ความไว้วางใจ ความเห็นใจซึ่งกันและกัน

“นายจ้างตอนนี้เขาก็ดีกับเรา แต่ถ้าเจองานที่อยากทำกว่างานนี้ เราก็ไปไม่ได้ เพราะว่างานนี้เราก็ทำมานาน ก็สงสารจะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้สงสารคนแก่มากกว่า เพราะเขาก็ไม่ทิ้งพี่ ถ้าจะไปไหนมาไหนก็ขอให้บอก เขาก็จะดูแลคนเดียวตอนพี่ไม่อยู่”

บ้านนายจ้างของพี่ดาว มีสมาชิก 4 คน เป็นคนแก่ทั้งหมด พี่ดาวเล่าว่า “พี่สาว(นายจ้าง) อายุ 80 กว่า ๆ คนที่พี่ดูแลอยู่อายุ 80 ปี อีกคนก็อายุ 79 ปี คนนี้ตาบอด คนสุดท้าย 70 ปี เขาเป็นพี่น้องกันอยู่ด้วยกัน ไม่มีสามีไม่มีญาติ ดูแลกันเอง” ด้วยความที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ก่อนที่พี่ดาวจะมาทำงานให้ ก็จะมีของ มีอาหารมาให้ตลอด นายจ้างถึงกับเคยบอกพี่ดาวว่า “ถ้าเกิดพี่ดาวไม่อยู่ เขาจะไม่หาใครมาดูแลน้องสาว จะเอาพี่ดาวคนเดียว เพราะไว้ใจพี่ดาว” ด้วยความที่รู้จักกันมาปีกว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้านเปลี่ยนเป็นนายจ้าง ลูกจ้างจึงเกิดขึ้นไม่ยาก  พี่ดาวรู้สึกว่า ครอบครัวนายจ้างน่าสงสาร เพราะคนแก่ 4 คนต้องดูแลกันเอง ถึงครอบครัวนายจ้างจะมีเงินมากแต่ก็ไม่มีลูกหลานหรือญาติ ๆ คอยดูแล

แม้ว่าตอนนี้ พี่ดาว รู้สึกพอใจกับอาชีพดูแลผู้สูงอายุ พอใจกับนายจ้างที่ดีกับพี่ดาวมาก แต่ความฝันของพี่ดาวคือ อยากทำอาชีพเสริมสวย พี่ดาวพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “จริง ๆ แล้วงานที่ชอบเป็นช่างเสริมสวย ชอบมาก(เสียงสูง) พี่ทำเป็นทุกอย่างเลย ก่อนหน้าเคยทำงานช่างเสริมสวยอยู่กับเจ้เขาได้ปีกว่า เขาก็สอนทุกอย่าง แต่เงินเดือนมันน้อยมาก มันไม่พอ อนาคตคิดว่าอยากจะเก็บเงินสักก่อน แล้วกลับไปเปิดร้านที่บ้าน” เพราะที่บ้านพี่ดาวพ่อแม่เสียหมดแล้ว พี่ดาวจะกลับบ้านทุก 2-3 ปี ซื้อของไปเยี่ยมพี่สาวพี่ชายที่ยังเป็นญาติที่เหลืออยู่

ในอาชีพดูแลผู้สูงอายุนี้ พี่ดาวมองว่าก็เหมือนกับการดูแลญาติผู้ใหญ่ เขาดีกับเรา เราก็ต้องดีกับเขา ถึงแม้อาชีพที่อยากทำจริง ๆ จะไม่ใช่อาชีพนี้ แต่พี่ดาวก็พอใจและเต็มใจที่จะดูแลครอบครัวของนายจ้างไปตลอดไม่ว่าเวลานั้นจะดีหรือร้าย

“พี่ดูแลเขามานาน สงสารเขา ยังไงก็ทิ้งไม่ได้ บอกตรง ๆ ยังไงก็ต้องดูแล เพราะนายจ้างเขาดีกับพี่ เค้าไว้ใจพี่ เขาไม่ทิ้งพี่ และเราเป็นเพื่อนบ้านกันยังไงพี่ก็ไม่ทิ้งเขา”.

 


ภาพถ่ายและคำบรรยายของหมวยแรงที่ร่วมแสดงนิทรรศการภาพเล่าเรื่อง จัดแสดงในงานวันแรงงานย้ายถิ่นสากล (แรงงานข้ามชาติสากล) ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2559 ณ สำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ดาว นันต๊ะ

อาชีพ ทำงานดูแลคนแก่

ความใฝ่ฝันในอนาคต อยากอยู่สุขสบายและอยากมีเงินมีทองตลอดไปค่ะ

 

แรก ๆ กินคนเดียวไม่ได้ ตอนนี่มีพัฒนาการ ดีใจจัง

แรก ๆ กินคนเดียวไม่ได้ ตอนนี่มีพัฒนาการ วันที่ 26 ต้องไปหาหมอ

แรก ๆ ทำเองไม่ได้ ตอนนี่มีพัฒนาการ

งานเสริม เย็บเสื้อปักผ้า ตั้งใจเก็บเงินครบหนึ่งหมื่นบาท

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ชีวิตแม่บ้าน การสร้างคุณค่าในอาชีพของตัวเอง

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,130 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.