เซยา ตอ เป็นหนึ่งในนักดนตรีแนวฮิปฮอปที่มีคนรู้จักมากที่สุดในพม่า วง ACID ของเขาได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นแนวดนตรีที่ค่อนข้างก้าวหน้าสำหรับประเทศที่ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆสามารถนำปัญหามาสู่ตัวศิลปินเองได้
เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Generation Wave (GW) กลุ่มเคลื่อนไหวใต้ดินที่หมายมุ่งจะใช้ดนตรีเป็นตัวสร้างความตื่นตัวทางการเมืองให้แก่เยาวชน Generation Wave ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ เซยา ตอ ในช่วงสั้นๆของการปฏิวัติชายจีวร เดือนกันยายน ปี 2550
จนกระทั่งอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน เซยา ตอ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในนักโทษการเมืองพม่ากว่า 2000 คน ในปี 2551 เขาถูกตัดสินให้ต้องจำคุก 6 ปี ด้วยข้อหาว่าเขาได้ก่อตั้งกลุ่มองค์กรขึ้นมาอย่างไม่ถูกกฎหมาย และละเมิดข้อบังคับว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ แต่ต่อมาโทษของเขาถูกลดลงเหลือ 2 ปี และเขาก็กำลังจะได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ จนกระทั่งประธานาธิบดี เต็งเส่ง ประกาศนิรโทษกรรม ระยะเวลาจำคุกของเขาจึงลดลง และได้รับการปล่อยตัว
ผู้สื่อข่าวอิระวดี โค ฮตวี ได้พูดคุยกับ เซยา ตอ ไม่นานหลังจากที่เขาถูกปล่อยตัว เกี่ยวกับชีวิตของเขาในฐานะนักโทษการเมือง และแผนของเขาในอนาคต
ถาม : คุณได้เจอกับนักโทษการเมืองคนอื่นไหมในคุกคอตัง
ตอบ : คอ เพียวเนะ โช หนี่งในผู้นำของกลุ่มนักเรียน 88 Generation คือนักโทษทางการเมืองเพียงคนเดียวในคุก คอตัง เมื่อผมไปถึงที่นั่น
แล้ว คอ อัง เมียว ไป ก็มาถึง ตามมาด้วย คอ ซอ มิน, คอ เมียวมิน, คอตันมินอัง และนักโทษการเมืองอายุ 65 ปี อู ชิต คิน ทั้งหมดแล้วก็มีนักโทษการเมือง 6 คนที่ถูกขังอยู่ที่คุกคอตัง ตอนที่ผมอยู่ที่นั้น คอตันมินอัง ถูกปล่อยเมื่อปี 2009 และ อู ชิต คิน ก็ถูกปล่อยตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2010.
ถาม : คุณได้คุยกับ คอ เพียวเนะ โช ไหม
ตอบ : มันมีคุกอยู่สองห้อง คอ อัง เมียว ไป, คอ เมียว มิน และ คอ ซอ มิน อยู่ในห้องหนึ่ง ส่วนคอ เพียวเนะ โช และผมก็อยู่ในอีกห้องหนึ่ง ผมไม่ได้เห็นคนอื่นๆ แต่ผมมักจะได้คุยกับคอ เพียวเนะ โช เพราะเราได้อยู่ในห้องเดียวกัน
ถาม : คุณคุยกับ คอ เพียวเนะ โช เรื่องอะไรบ้าง
ตอบ : ผมขอไม่บอกดีกว่า แค่ผมเปิดเผยความจริงที่ว่าผมได้คุยกับ คอ เพียวเนะ โช ก็อาจจะทำให้เกิดผลร้ายต่อเขาในคุกแล้ว
ถาม : ขอให้คุณช่วยเล่าถึงชีวิตในคุกให้พวกเราฟังหน่อย
ตอบ : ในคุกมีกฎและกติกาที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ความยากลำบากอะไรก็ตามที่ผมต้องเผชิญในคุก ผมพยายามที่จะเอาชนะมันโดยการยึดมั่นในความเชื่อของผม
ถาม : สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในคุกคอตังเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ : ผมอยู่ในห้องแยกที่มีผนังและกำแพง ฉะนั้นผมจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายนอกห้องของผมบ้าง เท่าที่ผมเห็น ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนคือการให้การรักษาพยาบาล ตัวอย่างเช่น คอ เพียวเนะ โช กำลังทุกข์ทรมานจากความตึงเครียด และหมอประจำเรือนจำสั่งให้รับการตรวจความดันเลือดทุกวัน และให้รายงานถ้าเขารู้สึกผิดปกติ แต่ว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ก็ไม่มีการรักษาพยาบาลใดๆ ในคุกเลย
ถาม : คุณอยากจะพูดอะไรกับเพื่อนศิลปินของคุณที่ถูกคุมขังจากข้อหาทางการเมืองหรือไม่
ตอบ : คอ มิน มอ ถูกจับก่อนผม เขาได้รับโทษจำคุก 7 ปี มาก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้ก็ได้รับโทษจำคุกอีก 14 ปี แล้วก็มีศิลปินคนอื่นที่ถูกจำคุก เช่น คอ ซากานา เขาไม่สมควรถูกจำคุกจากสิ่งที่เขาทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่21 ไม่สมควรมีใครที่จะต้องถูกจำคุกจากการที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่างกัน ความแตกต่างสามารถไกล่เกลี่ยได้ด้วยการพูดคุย การจับคนเหล่านั้นเข้าคุกไม่ได้ทำให้เกิดผลดีต่อประเทศนี้แต่อย่างใดทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
ถาม : คุณจะทำอย่างไรให้บรรดานักทางเมืองได้รับการปล่อยตัว
ตอบ : มีนักโทษทางการเมืองมากมายทั่วพม่า ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัว
ถาม : คุณคิดอย่างไรกับกิจกรรมของกลุ่ม Generation Wave (GW) ที่คุณเป็นส่วนหนึ่งในการก่อตั้ง
ตอบ : ผมไม่รู้เลยว่า GW ได้ทำอะไรไปบ้างและกำลังทำอะไรอยู่ เพราะผมเพิ่งออกจากคุก ผมเชื่อมั่นในตัวพวกเขา ผมเชื่อว่าพวกเขากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศ มี สมาชิก GW มากมายที่ถูกจำคุก ผมอยากช่วยเหลือให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน
ถาม : คุณเคยร้องเพลงล้อเลียนรัฐบาลไหม
ตอบ : ผมไม่เคยร้องเพลงประเภทนั้น แต่ผมช่วยเหลือคนที่อยากทำเช่นนั้น เพลงพวกนี้ไม่ได้เป็นเพียงมุกตลกล้อเลียนรัฐบาล แต่พยายามที่จะชี้ให้เห็นสิ่งที่ผิดพลาดเกี่ยวกับทิศทางการปกครองในประเทศนี้
ถาม : เพลงพวกนั้นเป็นเพลงต่อต้านรัฐบาลหรือเป็นเพียงผลผลิตของการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ตอบ : มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่เพลง แต่เป็นความพยายามที่จะเรียกร้องความสนใจในการปฏิรูปที่พวกเราต้องการอย่างเร่งด่วน ฉะนั้นจึงเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ทุกคนสามารถกระทำได้ การประนามรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่ได้ผล พวกเราไม่ควรแค่ทำให้พวกเขารุ้ว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราสามารถแสดงให้เขาเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สมควรทำ พวกเราจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้
ถาม : คุณวางแผนที่จะแต่งเพลงและร้องเพลงอีกไหม
ตอบ : ดนตรีนั้นอยู่ในสายเลือดของผม คำถามคาใจเพียงข้อเดียว คือ ผมจะสามารถแสดงต่อหน้าแฟนเพลงของผมได้อีกไหม ผมจะสร้างสรรค์ต่อไป ผมอยากจะบอกในฐานะศิลปินและในฐานะประชาชนพม่าว่า ผมจะทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้แก่ประชาชนและประเทศของเรา
แปลจากบทสัมภาษณ์ ชื่อ "Music is in my Blood" วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ใน นิตยสารอิระวดี http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=21359
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
|