รายละเอียด
วันที่ 25 ก.ค. 2557
ชาวอุบลฯจี้ นายอำเภอปากแซงสอบมือออก สปก.ทับที่สาธารณะ
วันที่ 3 ส.ค. 2553 เวลา : 16:36 น.
0
อุบลราชธานี/ จี้ นายอำเภอสอบมือออก สปก.ทับที่สาธารณะนายอำเภอรับ เร่งประสานให้เร็วที่สุด ข้องใจ ถูกมวลชนคัดค้านยังสร้างหลักฐานได้ ชาวบ้านขู่เตรียมก่อม็อบหากดองเรื่อง

วันนี้(3ส.ค.53) นายกฤษณะ วิลามาศ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นตัวแทนชาวบ้าน นำหนังสือเข้าร้องเรียน ต่อนายนพ บุญล้อม นอภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส.ค. เกี่ยวกับการได้มาซึ่งหนังสือ สปก.เลขที่ 784 เล่ม 8  หน้า 84  แปลงที่ 7 กลุ่มที่ 4257  อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี โดยมีนายพงศักดิ์ แก้วเนตร อยู่บ้านเลขที่ 15/205 หมู่ที่ 02 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เป็นผู้ครอบครอง

 

 

นายกฤษณะ วิลามาศ ผู้ใหญ่บ้านบ้านปากแซง เจ้าของพื้นที่ เปิดเผยว่า  ที่ดินแปลงนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ชาวบ้านปากแซง ได้พากันอนุรักษ์เอาไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน มีชื่อว่า "คันบวกคาม" ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขา ใกล้ริมฝั่งลำห้วยแซงและแม่น้ำโขง และประกอบกับก้อนหินน้อยใหญ่มากมายเต็มพื้นที่   ชาวบ้านได้ประโยชน์โดยการหาเก็บอาหารจากทางธรรมชาติ อาทิ เห็ดต่างๆ พากันนำมารับประทาน และซื้อขายกัน และยังใช้เป็นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ เหมาะใช้เป็นที่พักผ่อน มากกว่าการทำการเกษตรกรรม

 

 

นายกฤษณะ กล่าวอีกว่า  พื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตพื้นที่ของ สปก. แต่หากมีชาวบ้านกันไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะมารังวัดให้อย่างเด็ดขาด พร้อมกับพื้นที่ตรงใดมีโขดหินแล้ว ก็ถือว่าไม่ใช่พื้นที่ทำการเกษตร จะออก ใบ สปก.ให้ไม่ได้เช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2548 ชาวบ้าน ได้พากันรวมตัวกันต่อต้านไม่ให้ เจ้าหน้าที่สปก.ได้ทำการรังวัด ด้วยเหตุว่า พื้นที่ตรงนี้ ชาวบ้านได้พากันอนุรักษ์ไว้ให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน ในเมื่อมีผู้คัดค้าน จนท.สปก.จึงไม่ได้ทำการรังวัดให้ ตามกฎระเบียบของการออกหนังสือ สปก. ครั้นแล้วเมื่อตรวจสอบละเอียด ยังพบว่า หนังสือ สปก.4-01 ฉบับนี้ มีการออกให้แก่นายพงษ์ศักดิ์ แก้วเนตร เมื่อวันที่  18 เม.ย.2549 ซึ่งเป็นขัดต่อระเบียบของการออกหนังสือ สปก.มาก ผู้นำชุมชนก็ไม่ได้เซ็นต์รับรอง ผู้มีที่ดินพื้นที่ติดต่อกัน หลายรายก็ไม่ได้เซ็นต์รับทราบ เช่นเดียวกันเมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมการหมู่บ้านจึงมีการเข้าใจว่า เอกสารฉบับนี้ น่าจะเป็นการได้โดยมิชอบ จึงขอให้นายอำเภอได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยด่วน ก่อนที่ชาวบ้านจะมีความกดดันไปมากกว่านี้

 

 

นายกาญจน์  ทีฆะ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านปากแซง เล่าว่า  ตนพึ่งจะครบวาระเมื่อกลางปี 51 ที่ผ่านมา และเหตุเกิดทั้งหมด ก็อยู่ในยุคที่ตนปกครอง ปรากฏว่าชาวบ้านได้อนุรักษ์ที่ดินตรงนี้ไว้จริง และมีการคัดค้านกันจริง ตนก็ร่วมคัดค้านอยู่ด้วย พร้อมกับบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และตนก็ไม่ได้เซ็นต์รับทราบใดๆทั้งสิ้น จึงทำให้เชื่อว่าการออกหนังสือฉบับนี้ ออกมาอย่างมีเลศนัยมาก ชาวบ้านคงจะยอมไม่ได้ที่จะสูญเสียผืนดินแปลงนี้ให้แก่บุคคลผู้เห็นแก่ตัวเช่นนี้ พร้อมทั้งอยากจะให้หาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

 

ส่วน นายสมศักดิ์  อุทุม  ผู้ใหญ่บ้าน.หมู่ที่ 6 ต.พะลาน ผู้มีที่ดินติดต่อกัน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเป็นอย่างมาก ที่ชาวบ้านปากแซงได้อนุรักษ์ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในส่วนรวม เท่าที่ทราบ พื้นที่ตรงนี้ ชาวบ้านปากแซงได้พากันหึงหวงไว้นานหลายปีแล้ว  ตลอดอายุของผู้นำหมู่บ้านถึง 4-5 คน เห็นจะได้ ใครๆก็รู้ว่าคันบวกคามตรงนี้ เป็นที่สาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน และตนก็ไม่ได้รับรู้รับทราบอะไรทั้งสิ้นในการออกเอกสารสิทธิ์ หากเป็นที่อื่นๆ ผู้มีที่ดินติดต่อกัน จะต้องมีการเซ็นต์รับทราบกันทั้งนั้น แต่ที่นี้แปลก เหมือนที่อื่นๆ ยิ่งเป็นการกระตุ้น เพิ่มความอยากรู้อยากเห็นกันยิ่งขึ้น

 

 

นายกฤษณะ กล่าวในตอนท้ายว่า การตรวจสอบ ใช้เวลา 3 วัน คิดว่าคงจะแล้วเสร็จ เรื่องจะต้องได้ข้อสรุป ของสาเหตุ หากช้าไปกว่านี้ ชาวบ้านคงไม่พอใจแน่ จึงอยากจะขอวิงวอนมาทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดอย่าดองเรื่องก็แล้วกัน

 

 

นายนพ  บุญล้อม นายอำเภอนาตาล กล่าวว่า จะได้ประสานไปยัง สนง.สปก.จ.อุบลราชธานีให้โดยด่วนซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็จะได้เข้าพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้นำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณา ต่อไป เพราะตนพึ่งย้ายมาใหม่  บางอย่างจะต้องให้เห็นกับตา ด้วยตนเอง