รายละเอียด
วันที่ 22 พ.ย. 2557
ตัวแทน กฟผ. โบ้ย การสร้างเขื่อนไชยะบุรี เป็นอธิปไตยของลาว ห้ามไม่ได้
วันที่ 6 ก.พ. 2555 เวลา : 10:08 น.
22

เมื่อวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2555  เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ภาคอีสาน (คสข.) ได้จัดเวทีเสวนารับฟังข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายหลัก ที่บริเวณแก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นเวทีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่4 ก.พ. ที่จัดขึ้นในพื้นที่อำเภอธาตุพนม โดยมีคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ตัวแทน กรมทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ลงมาร่วมรับฟังและให้ข้อมูลแก่สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง

นายพฤหัส วงศ์ธเนศ ผู้อำนวยการฝ่าย ตัวแทนจาก กฟผ. ได้ชี้แจงข้อมูลจากข้อวิตกกังวลจากเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงในด้านผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนลุ่มน้ำโขง และความมั่นคงทางอาหารสำคัญของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ทั้ง 4 ประเทศ มากกว่า 60 ล้านคน ภายหลังจากการสร้างเขื่อนไชยะบุรี เนื่องจาก กฟผ. ได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขายไฟฟ้าจากเขื่อนดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเอกชนไทยที่ได้สัมปทาน และเข้าไปลงทุนก่อสร้างเขื่อน โครงการนี้มีธนาคารไทย 4 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย ได้อนุมัติเงินกู้เพื่อการลงทุนนี้ไปแล้วนั้น

ต่อมาวันนี้ได้มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด กว่า 100 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาถึงปัญหา และผลกระทบจากการสร้างเขื่อนไชยะบุรี ซึ่งจัดขึ้นที่สาลาเอนกประสงค์แก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้ข้อมูลปัญหา และผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในจีนต่อชุมชนลุ่มน้ำโขงในด้านต่างๆ ในช่วงหลังปี 2535 ที่ผ่านมาทั้งในด้านประมง การเกษตรกรรมริมแม่น้ำโขง และตลิ่งแม่น้ำพังทลายจากกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง จากผลการรวบรวมข้อมูลของนักวิจัยไทบ้านตำบลป่งขาม พบว่า ความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงจากการสร้างเขื่อนในจีนมีมูลค่าหลายล้านบาทต่อปี

ผู้เข้าร่วมเวทีต่างให้ความเห็นว่า การสร้างเขื่อนในจีนที่มีระยะทางไกลจากชุมชนในพื้นที่มุกดาหาร นับพันกิโลเมตร ยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนรุนแรงถึงเพียงนี้ หากมีการสร้างเขื่อนไชยะบุรีใน สปป.ลาว ของเอกชนไทยแล้วผลกระทบจะรุนแรงขนาดไหน เพราะมีระยะทางห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 200 กิโลเมตร เท่านั้น จึงมีความเห็นคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว รวมทั้งในการดำเนินงานของโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าวนี้ประชาชนไม่ได้มีโอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารใดๆ เลย มารู้อีกครั้งในวันนี้ ทาง กฟผ. ก็ไปลงนามกับเอกชนไทยใน สปป.ลาว เรียบร้อยแล้ว

ต่อมา นายพฤหัส วงศ์ธเนศ ตัวแทน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ชี้แจงแก่ผู้เข้าร่วมเวทีครั้งนี้ว่า ความต้องการไฟฟ้าของประเทศไทยเพิ่มขึ้น และยอมรับว่า การสร้างโครงการแต่ละโครงการย่อมมีผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้องแน่นอน โครงการพลังน้ำใน สปป.ลาว เป็นไทย-ลาวมีข้อตกลงร่วมกันในการซื้อไฟฟ้าจากลาวจำนวนหนึ่ง ในอนาคต 10 ปี ทางลาวจะจ่ายไฟให้ไทย 12-13% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในไทย จึงเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่จะทำให้ไทยมีไฟใช้เพียงพอ โครงการไชยะบุรี ก็เป็นโครงการพลังน้ำที่มีปัญหามาก เพราะไปสร้างกั้นแม่น้ำโขง เราจำเป็นต้องดูให้ดี หากมีผลกระทบก็จะต้องให้มีการแก้ไข ในส่วนของขั้นตอนการพิจารณาโครงการ เราก็เห็นว่า ทางการลาวมีการลงนามระหว่างสี่ประเทศเป็นสัญญาแม่น้ำโขง มีลาว เขมร เวียดนาม ไทย ซึ่งเขาจะต้องทำตามข้อตกลงในการจะสร้างเขื่อน หรือการพัฒนาต่างๆ ในแม่น้ำโขง การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงจะต้องหารือ ซึ่งเขาก็ต้องทำไป โดยเฉพาะการประชุมเมื่อเดือนเมษายน ปีที่แล้วมีห่วงใยวิตกกังวลของพี่น้องในหลายๆ ประเทศ เขาก็ได้ไปศึกษาเพิ่มเติม มีประเด็นใดที่ต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของทางปลาผ่าน ตะกอน จะต้องมีการออกแบบให้มีทางผ่านของปลาวิ่งขึ้นไปได้ ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องให้ผ่านเงื่อนไขทางคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ได้ตรวจสอบ เราก็ได้เห็นว่าเขามีความพยายามที่จะปรับปรุง นั่นคือคำยืนยันจากตัวแทน กฟผ. กล่าวถึงที่มาของการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไชยะบุรี

ตัวแทน กฟผ. ยังได้กล่าวอ้างถึง สัญญาแม่น้ำโขงเพิ่มเติมอีกว่า (ปี 2538) ในสัญญาแม่น้ำโขงมีการพูดถึงอธิปไตยของแผ่นดิน แต่ละประเทศก็มีอธิปไตยเป็นของตัวเอง ซึ่งจะเห็นว่าแม่น้ำโขงที่เขาจะไปกั้นอยู่ในประเทศเขา เราอาจจะยากนักที่จะไปห้าม ขอเรียนว่าเขื่อนไชยะบุรีจะไม่เหมือนเขื่อนในจีน ที่ต้องมีที่กักเก็บน้ำไว้ ซึ่งทำให้น้ำไหลไม่ปกติ

เขื่อนไชยะบุรี จะกั้นแม่น้ำและเก็บน้ำไว้วันครึ่ง ก็ต้องปล่อยออกมา ไม่งั้นก็ล้นเขื่อน ฉะนั้นผลกระทบจะน้อยกว่าเขื่อนในจีน แต่ผมก็คิดว่ามันก็จะต้องมีผลกระทบบ้าง และลาวก็จะต้องหาวิธีแก้ไข ทางไทยก็จะต้องมาดูแลประชาชน ว่าจะเกิดผลกระทบอะไรบ้างเพื่อดูแลแก้ไข ซึ่ง กฟผ. ก็ดูอยู่ว่าลาวได้ทำตามกระบวน MRC อยู่ เพราะตั้งแต่การประชุม MRC เมื่อเมษายน ปีที่แล้ว รอจนถึงตุลาคม ถึงมีการลงนามซื้อ-ขายไฟฟ้าจากโครงการไชยะบุรี

ในประเด็นการลงนามซื้อ-ขายไฟฟ้าของ กฟผ. ได้มีการตั้งคำถามข้อสงสัยจากผู้เข้าร่วมเวที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายอิทธิพล  คำสุข เลขานุการเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง (คสข.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ทางเครือข่ายฯ ได้ไปยื่นหนังสือเรื่องเขื่อนไชยะบุรีต่อนายกรัฐมนตรีด้วยมือตนเองที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ท่านยังตอบว่าเขื่อนไชยะบุรีไม่ไปถึงไหนสบายใจได้ แต่พอมาวันนี้ถึงได้รู้ว่า กฟผ. ไปเซ็นสัญญาซื้อไฟแล้ว ทั้งที่ประชาชนในลุ่มน้ำโขงยังไม่รู้ข้อมูล และผลกระทบข้ามพรมแดนไม่ได้มีการศึกษาเลย MRC ก็ยังไม่จบกะบวนการเลย ทำไปได้อย่างไร ผมว่ามันจะต้องฟ้องร้องตามกระบวนการศาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 26-28 กุมภาพันธุ์ นี้ เราได้ปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ และวันที่ 21-22 นี้เราจะไปทวงถามกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งช่วง ครม.สัญจร ที่อุดรธานี แน่นอน.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยงข้อง

เครือข่ายปชช.ลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดอีสานจี้ กฟผ. เปิดข้อมูลสัญญาซื้อไฟฟ้าเขื่อนไชยะบุรี จาก สปป.ลาว