รายละเอียด
วันที่ 21 ก.ย. 2557
ชาวนาบ้านภาชี อยุธยาครวญ หว่านข้าวทั้งน้ำตา กฟผ.ขุดนาข้าวสร้างโรงไฟฟ้า
วันที่ 20 พ.ค. 2554 เวลา : 14:58 น.
19
อยุธยา/ ชาวนาบ้านภาชีหว่านข้าวทั้งน้ำตา หลังกฟผ.ใช้รถแมคโครและรถไถดินขุดดินกลบทำลายข้าวที่ชาวนาหว่านเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าภาชี

วานนี้(19 พ.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ชาวนาม.3.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรณีพิพาทกับกฟผ. กรณีที่ดินก่อสร้างสถานีโรงไฟฟ้าย่อยภาชี

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ที่ดินของชาาวนาบ้านภาชีที่คลาดนา พร้อมหว่านข้าว  ถูกผู้รับเหมาของ กฟผ. บุกรุกที่ทำนา  และได้ทำลายพื้นนา โดยผู้รับเหมาของกฟผ. ได้เอารถแม็คโครลงไปในพื้นนา และทำการขุดจกพื้นนาที่ชาวนาได้ คลาด  พร้อมหว่านข้าวไว้ จนเสียหาย ชาวนาได้แจ้งความแล้วที่ สภอ.ภาชี แต่ไม่ได้รับการช่วยใดๆเลย

 

ต่อมาเมือวันที่ 12 พฤษภาคม 54 ชาวนาได้ทำการหว่านข้าวซ้ำอีก  เนื่องจากชาวนาถือว่ายังมีสิทธิการเช่านาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย  ทางผู้รับเหมาของกฟผ. ก็นำรถแม็คโครลงไปในนา พร้อมกับขุดจกกลบข้าว ที่ข้าพเจ้าหว่านไว้ พร้อมนำนักเลงอันตพาลอาวุธครบมือมาข่มขู่ชาวนา กว่า 100 คน  ชาวนาได้แจ้งความแล้วที่ สภอ.ภาชี แต่ไม่ได้รับการช่วยใดๆเลย

 

ในวันที่ 13 พฤษภาคม 54  ชาวนาหว่านข้าวเนื่องวันพืชมงคล เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย  แต่ถูกทางผู้รับเหมาของกฟผ. ได้นำรถแทรคเตอร์ไถกลบเมล็ดข้าวอีก  ชาวนาได้แจ้งความแล้วที่ สภอ.ภาชี แต่ไม่ได้รับการช่วยใดๆเลย

                                                                      

ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 54 ชาวนา ยื่นเรื่องต่อ คชก. ตำบล ให้พิจารณาด่วน เพื่อให้ กฟผ. หยุดการกระทำดังกล่าว แต่ไม่ได้รับความสนใจ

 

ในวันที่ 17 พฤษภาคม 54 ทางผู้รับเหมาของกฟผ. ได้ล้อมรั้ว  เพื่อที่จะปิดกั้นไม่ให้ชาวนาเข้าทำนา  ชาวนาได้แจ้งความแล้วที่ สภอ.ภาชี แต่ไม่ได้รับการช่วยใดๆเลย

 

จนวานนี้(19 พ.ค. 54) ได้เข้าแจ้งความอีกครั้ง แต่กลับได้รับคำตอบว่าสั่งการไม่ได้ และพูดจาเสียงดังตะโคกใส่ชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน

 

กรณีพิพาทมีเหตุมาจาก ปี 2553 กฟผ.มากว้านซื้อที่นา 203 ไร่ ในหมู่ที่ 3 ต.โคกม่วง เพื่อเตรียมสร้างสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ต่อมาเรียกคืนที่ดิน โดยห้ามชาวนาที่เป็นผู้เช่าที่นาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมเข้าทำกิน มีพื้นที่พิพาทอย่างรุนแรง 80 ไร่ ต่อมามีบริษัทที่อ้างว่ารับจ้างจาก กฟผ.จัดชายฉกรรจ์ลงมาดูแลพื้นที่ ทำให้เกิดการปะทะทำร้ายชาวนาดังกล่าว

 

"ชาวนาเช่าที่ทำกินติดต่อกันมานานกว่า 30 ปี เป็นการเช่าปากเปล่าจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม ซึ่งการยกเลิกการเช่าและให้ออกไปจากพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่นา ให้สิทธิบอกเลิกการเช่าไม่น้อยกว่า 6 ปี กฟผ.จึงต้องให้เวลาชาวนาบ้าง นอกจากนี้ กฟผ.ปกปิดข้อมูลโครงการ การทำประชาคมก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านคัดค้าน และอยากให้ กฟผ.ทบทวนการตัดสินใจก่อสร้าง" อารีวรรณ ถุงสุวรรณ อายุ 30 ปี แกนนำต่อต้านการก่อสร้างสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าภาชี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต.โคกม่วง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าว

 

นางอารีวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังชาวนาในเขต ต.โคกม่วง ที่เช่าที่ดินปากเปล่าจากเอกชนมานานกว่า 30 ปี กระทั่งเมื่อเดือนตุลาคม 2553 เอกชนเจ้าของที่ดินได้ขายที่ดินแก่ กฟผ. ซึ่งต่อมา กฟผ.ได้เข้ามาปรับพื้นที่พร้อมห้ามชาวนาเข้าทำนา โดยไม่บอกการเลิกเช่าล่วงหน้าหรือแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมพื้นที่ 203 ไร่ จนเกิดเหตุการณ์ดังที่ได้กล่าวไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค.

 

ล่าสุด ทางกฟผ.ได้นำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าในพื้นที่ด้วยการปรับขุดดินเพื่อปิดล้อมทางน้ำทั้งหมด มิให้มีการส่งน้ำเข้า-ออกในพื้นที่ได้ ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ซึ่งชาวนาพยายามเข้าไปหว่านเมล็ดข้าวเปลือกอีก แต่ถูกขัดขวางด้วยวิธีการต่างๆ นานาสารพัด ที่ผ่านมามีทั้งการแจ้งความที่ สภ.ภาชี และเข้าร้องเรียนผ่านนายอำเภอถึงผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หน่วยงานต่างๆ เพียงรับปากว่าจะช่วยเหลือ กลับไม่มีอะไรคืบหน้า ทั้งทางด้านคดีหลักฐานที่ยื่นประกอบการแจ้งความ มีภาพถ่ายชายฉกรรจ์ชัดเจน สอบถามไปอ้างว่ากำลังดำเนินการอยู่

 

นางสาวอารีวรรณกล่าวอีกว่า นับจากที่เริ่มมีคนงานเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่ปลายปี 2553 จนถึงวันที่รุมทำร้ายประชาชน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ กฟผ. มาชี้แจงชาวบ้าน ทั้งที่ไม่ได้คัดค้านแบบหัวชนฝาหรือไม่ยอมรับความจริง ส่วนคนงานที่เข้าก่อสร้างปรับพื้นที่และใช้กำลังกับชาวบ้าน ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานว่ารับมอบอำนาจจากใคร ซึ่งทาง กฟผ.ไม่ได้มาแสดงข้อมูลที่เป็นทางการแก่ชาวบ้าน มีแต่เสียงพูดกันว่าจะก่อสร้างสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าภาชี สอบถามไปทาง อบต.โคกม่วง และ ที่ว่าการอำเภอภาชี ก็ไม่มีคำตอบ

 

สรุปความเป็นมาของการคัดด้านการก่อสร้างสถานีส่งไฟฟ้าภาชี 2 ของกฟผ.

 

กฟผ.ได้ซื้อที่ดิน ๒๐๓ ไร่ไว้ที่หมู่ ๓ ต.โคกม่วง อ.ภาชี  เพื่อก่อสร้างสถานีส่งไฟฟ้าภาชี 2  ซึ่งเป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่มากๆ เพราะจะรับกระแสไฟจากหลายแห่งเกือบทั่วประเทศ และจะเริ่มลงมือปรับถมที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีส่งไฟฟ้าย่อยภาชี๒ 

 

สาเหตุของการคัดค้านของชาวบ้านคือ

 

๑.     ชาวนาที่เช่านาในที่กฟผ.ไม่ยินยอมและอ้างสิทธิตามพรบ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ๒๕๒๔ ที่คุ้มครองผู้เช่านาให้สามารถทำนาต่อไปได้ แม้จะมีการเปลี่ยนมือเจ้าของที่ดิน ซึ่งผู้เช่านาที่ทำนาในที่ดินกฟผ.ได้ทำนาต่อเนื่องกันมากว่า ๑๐ ปีแล้วสามารถอ้างสิทธิในการเช่านาได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งใน พรบ. ยังระบุว่า การเช่านาแต่ละครั้งมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า ๖ปี  ดังนั้นกฟผ.ไม่สามารถไล่ผู้เช่านาออกไปได้ในขณะนี้ จึงไม่สามารถก่อสร้างได้

๒.     สถานีไฟฟ้าย่อยภาชี ๒ จะก่อให้เกิดคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้าตลอด ๒๔ ชั่วโมงซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงอาจก่อให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว และ มะเร็วอื่น ๆ ได้

๓.     ที่ดิน ๒๐๓ ไร่เมื่อมีการถมสูงเพ่อการก่อสร้างจะปิดกั้นการระบายน้ำในหน้าน้ำ หรือเมื่อมีฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมที่ของชาวบ้านและบ้านเรื่อนที่อยู่ใกล้เคียงได้

๔.    จะมีเสียงดังรบกวนชุมชนจากการก่อสร้าง เพราะบริเวณโดยรอบมีเกษตรกรเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ซึ่งจะกระทบอย่างร้ายแรง และรบกวนนกที่อยู่ในระบบนิเวศน์ของชาวนาที่มาช่วยกินหอยในนาข้าว

๕.    จะมีการขุดดินเป็นบ่อขนาดใหญ่เพื่อเอาดินไปถมสูงเพื่อก่อสร้างสถานีส่งไฟฟ้าย่อยภาชี ๒ และน้ำในบ่อน้ำจะเป็นน้ำเสีย น้ำกร่อย น้ำเปรี้ยว ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้ และถ้าน้ำล้นบ่อไปเข้านาชาวบ้าน นาจะเสียหาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลข่าวบางส่วนจาก : ลำปางสัปดาห์วิเคราะห์ออนไลน์