|
วานนี้ (27 ก.ค.53) เวลา 09.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีกว่า 200คนได้รวมตัวกันที่ศาลากลางหมู่บ้านโนนสมบูรณ์หมู่ 12 ต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เพื่อเดินขบวนรณรงค์ สร้างความเข้าใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ทราบถึงเหตุผล ที่มาในการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ ซึ่งมีเบื้องหลังและสายสัมพันธ์ที่โยงใยกับโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี โดยขบวนรณรงค์มีเป้าหมายไปที่บริเวณหน้าบริษัทเอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ในขบวนมีการเผาหุ่นนายเรืองศักดิ์ วัชรพงศ์ หนึ่งในสมาชิกคณะอนุฯ เนื่องจากมีเบื้องหลังเป็นประธานกรรมการบริษัท โกลเด้น แพลนจำกัด ที่บริษัทโปแตช ว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษาและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี
การรณรงค์ของกลุ่มชาวบ้านในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่ชาวบ้านทราบมาว่า คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ ภายใต้ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา มีแผนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงกรณีปัญหาเหมืองแร่ทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย และพื้นที่ดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี ในวันที่ 26และ 27 ก.ค. 53 ตามลำดับ ทำให้เกิดการประท้วงของชาวบ้านทั้ง 2 พื้นที่ เพื่อต่อต้านคณะอนุฯชุดดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า คณะอนุฯชุดนี้ มีความไม่ชอบธรรม ขาดความเป็นกลาง และไม่มีความโปร่งใสในการทำงาน
โดยเวทีในวันที่ 26 ที่จัดขึ้น ณ บ้านนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้ถูกล้มลงเนื่องจากชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านเกิดจำนวนกว่า 100คน ได้เข้าไปร่วมในเวทีเพื่อซักถามถึงความชอบธรรม และความโปร่งใสของคณะอนุฯ ชุดดังกล่าวทั้งยังมีการยื่นหนังสือร้องเรียนถึงบทบาทในการทำงานขออนุฯกับปัญหาเหมืองทองคำ ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่มีคณะอนุฯคนใดตอบข้อซักถามหรือรับหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าว
นายสุรพันธ์ นุวิชัยวัฒน์ เลขานุการกกลุ่มรักษ์บ้านเกิด กล่าวว่า โครงการเหมืองแร่ทองคำนี้มีผลกระทบเกิดขึ้นมากมายกับชาวบ้าน ทั้งยังไม่มีหน่วยงานไหนมาช่วยแก้ไข ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการขอขยายพื้นที่ทำเหมืองไปอีก แล้วการที่คณะอนุฯชุดนี้ลงมาก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากช่วยให้ขยายพื้นที่ทำเหมืองได้เร็วขึ้นและเกิดผลกระทบมากเพิ่มขึ้น เพราะความไม่โปร่งใส และการมีเบื้องหลังที่เอื้อต่อกลุ่มบริษัท
นางมณี บุญรอดรองประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี้จะไม่ยอมรับคณะอนุฯที่เกิดขึ้นมาเพื่อผลักดันให้เกิดโครงการเหมืองแร่อย่างเด็ดขาด และการมาในครั้งนี้ก็เกิดจากการเชิญของฝ่ายบริษัท จัดต้อนรับ และให้ข้อมูลกันในสำนักงานของบริษัทโปแตช เป็นการแสดงถึงความไม่เป็นกลาง และมีเบื้องหลังที่เอื้อประโยชน์กันอย่างชัดเจน โดยชาวบ้านไม่มีส่วนรู้เห็น หรือมีส่วนรวมใดๆ
ด้านนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีกล่าวว่า คณะอนุฯชุดนี้ ควรกลับไปทบทวน รายงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) รายงานของคณะกรรมการสิทธิฯ และงานศึกษาของเครือข่ายนักวิชาการกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา ซึ่งเนื้อหาของรายงานเหล่าดังกล่าวได้ศึกษาปัญหาของเหมืองแร่โปแตช ที่มีทั้งข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอที่เป็นทางออก อีกทั้งสถานการณ์ในปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอนของการทำยุทธศาสตร์เหมืองแร่โปแตชทั้งภาคอีสาน หรือ SEAที่ตั้งคำถามถึงความจำเป็นต่อการพัฒนาโครงการเหมืองแร่โปแตช รวมไปถึงการศึกษาอย่างรอบด้านในทุกประเด็น ดังนั้นคณะอนุฯชุดนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้น นายสุวิทย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะอนุฯถูกล้มเวทีที่ จ.เลย ประกอบกับการที่ทราบข่าวว่า กลุ่มอนุรักษ์ฯได้ดำเนินกิจกรรมขบวนรณรงค์เพื่อเปิดโปงการทำงานที่ไม่เป็นธรรม ความไม่โปรงใส ตลอดจนขาดความเป็นการกลาง คณะอนุฯชุดดังกล่าวจึงระงับแผนการเดินทางมาลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตามกำหนดการเดิมไปโดยปริยาย




|