รายละเอียด
วันที่ 21 พ.ค. 2556
สถาบันพระปกเกล้าเปิดโปงความตายจากถ่านหิน
วันที่ 6 ธ.ค. 2550 เวลา : 16:18 น.
0
กรุงเทพฯ/สถาบันพระปกเกล้าเผยผลงานวิจัยประจำปี 2550 ชี้คนแม่เมาะกำลังเผชิญความตายจากถ่านหิน-รัฐไม่เหลียวแล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3- 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้าจัดการสัมมนา”การเมืองการปกครองไทย” (Thai Politics Forum 2007) ณ โรงแรมเดอะแกรนด์ อยุธยา บางกอก กรุงเทพฯ โดยภายในงานสัมมนาได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบวิจัยจากสถาบันฯจำนวน 9 ชิ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ รายงานวิจัย “การสร้างคนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนากรณีแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากเหมืองเฟส 6 อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง”

งานวิจัยดังกล่าว ระบุว่า การที่ชาวบ้านเจ็บป่วยหนักสาเหตุมาจากการทำเหมืองที่ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนที่อยู่รอบๆ โรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหิน กิจกรรมที่ผ่านมาล้วนอยู่ภายใต้การสั่งการของข้าราชการชั้นสูงในกระทรวงพลังงานที่พบว่ามีการควบรวมตำแหน่งผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  (กฟผ.) ร่วมกับนักการเมือง รวมถึงการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่องค์กรอิสระทุกองค์กรที่มีอยู่ไม่ได้มีความกระตือรือร้นและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดว่าอยู่ขั้นร้ายแรงต่อชีวิตชาวบ้านในชุมชนที่อยู่อาศัยมาก่อนการสร้างเหมืองถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ

งานวิจัยระบุอีกว่า ความขัดแย้งกลับขยายตัวมากขึ้นจากผลของ มติ คณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาล ทักษิณ โดยมีรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในมติ 3 คน คือพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  และนายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่รับหน้าที่มาแก้ไขปัญหากลับละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่แม้ว่าจะมีการกระทำผิดซึ่งหน้าเช่น กรณีบุกรุกถือครองพื้นที่รองรับการอพยพผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะ โดยการนำของผู้ใหญ่บ้านรวมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 คนและพนักงานกฟผ.เอง

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเงินงบประมาณโครงการจัดสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานจำนวน 47 ล้านบาทที่เบิกจ่ายไปแล้วนั้นกลับยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลจะต้องเป็นผู้จัดหาให้และไม่มีใครทราบว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ใดและใครรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการแก้ไขปัญหาโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้น งานวิจัยชี้ว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยฯ -กระทรวงมหาดไทย -กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือแม้แต่รัฐบาลทั้งคณะกลับพุ่งตรงไปที่รากฐานของเศรษฐกิจ, มองโรงไฟฟ้าเป็นแหล่งทรัพย์สมบัติมหาศาล และจำเป็นต่อการพัฒนาของประเทศหากไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฯ   โดยไม่คำนึงถึงสาเหตุแห่งความเดือดร้อนและความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย กล่าวสรุปว่า ต่อให้ประชาชนร่วมกันสรรสร้างประชาธิปไตยอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์และไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะผู้ที่ล้มมติการมีส่วนร่วม ก็ล้วนมาจากผู้ที่เป็นนักปกครองหรือผู้ที่กุมอำนาจรัฐและผู้จัดการบ้านเมืองที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย

“อยากเสนอให้สถาบันพระปกเกล้าจัดทำจดหมายเปิดผนึกผลงานการวิจัยฯถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นกรณีศึกษา และในขณะเดียวกันก็เตรียมข้อมูลหลักฐานและเอกสารการดำเนินการเหมือง เฟส 6 เพื่อส่งให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ขัดกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 67 หรือไม่” นางมะลิวรรณ กล่าวทิ้งท้าย.