รายละเอียด
วันที่ 20 พ.ค. 2556
เตือนคนไทยรับมืออนาคต ร้อน-แล้งยาว
วันที่ 9 เม.ย. 2554 เวลา : 16:39 น.
1

ผอ.กองจัดการคุณภาพอากาศและเสี่ยงฯ กรุงเทพมหานคร เตือนคนไทยรับมือปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หน้าร้อนยาวนาน พื้นที่แล้งขยายตัว ส่วนรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แนะคนไทยบูรณาการเทคโนโลยีกับการทำงานลดผลาญทรัพยากรเกินจำเป็น ด้านสมชาย สมานตระกูล เสนอชุมชนจับมือสถานศึกษาลงพื้นที่พัฒนาโครงการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ส่งอาจารย์เพื่อขอคะแนน

จากงานเสวนา "ร่วมปรับเปลี่ยน...เพื่อสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำ...ลดโลกร้อน" จัดโดยสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม  วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ในอันดับที่ 31 ของโลกและอันดับที่ 4 ในภูมิภาคอาเซียนถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศของประเทศไทย โดยเฉพาะความหลากหลายทางชีวภาพและสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภัยพิบัติและความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ อาจทำให้ประเทศไทยมีฤดูร้อนที่ยาวนานและมีปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญมีการคาดว่าในอนาคตจะเกิดภัยแล้งในหลายภูมิภาค นอกจากนี้คาดว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอาจส่งผลให้เกิดโรคระบาดที่รุนแรงมากกว่าในอดีตด้วยเช่นกัน ดังนั้นทุกคนต้องเตรียมปรับตัวเพื่อรับปัญหาดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ด้าน ผศ.สุวิชา เบญจพร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แนะนำว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นสามารถช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติได้ ตัวอย่างเช่น การใช้เฟสบุ๊คในการสั่งงานนักศึกษาด้วยการติดแท็กรายชื่อนักศึกษาไว้กับใบงานก็สามารถช่วยให้อาจารย์สั่งงานนักศึกษาโดยไม่ต้องเขียนขึ้นกระดาน ในขณะที่นักศึกษาไม่ต้องจดคำสั่งงานใส่กระดาษสามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้ ดังนั้นหากทุกคนสามารถบูรณาการเทคโนโลยีให้ปรับใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงานก็จะช่วยให้โลกลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองได้ นอกจากนี้ยังพบว่าแนวทางการออกแบบงานสถาปัตยกรรมในยุคใหม่มีแนวโน้มอนุรักษ์ธรรมชาติมากขึ้นทั้งจากในกลุ่มนักสถาปนิกปัจจุบันและนักศึกษาสถาปนิกรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีความนอบน้อมต่อธรรมชาติมากขึ้น โดยเน้นการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยลดปัญหาโลกร้อนในทางอ้อม

นายสมชาย สมานตระกูล  ประธานชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา (เขตหนองจอก กรุงเทพฯ) ชี้แจงว่า หลายครั้งพบว่างานวิจัยและโครงงานของนักเรียนและนักศึกษาในปัจจุบันสามารถนำไปพัฒนาให้เกิดกระบวนการอนุรักษ์พลังงานเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริง ในขณะที่หลายชุมชนในประเทศไทยต้องการลดใช้พลังงานอย่างแท้จริงแต่ขาดแนวคิดเพื่อนำมาปฏิบัติ ดังนั้นหากสถาบันการศึกษาและชุมชนสามารถนำโครงงานวิชาการดังกล่าวไปทดลองปฏิบัติจริงในชุมชนได้ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสามารถประเมินผลโครงการว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่ทำโครงการระยะสั้นเพื่อนำไปเพื่อขอคะแนนอาจารย์แต่ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง อย่างไรก็ตามแม้เรื่องดังกล่าวจะดูห่างไกลแต่ตนหวังว่าในอนาคตแนวคิดดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นกับชุมชนต่างๆ อีกทั้งอาจช่วยให้ชาวบ้านสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่นักศึกษาเพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีในอนาคตได้

 

ที่มา : RSU NEWs