|
วันนี้ (22 ก.พ.) ที่บ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตที่ดินของกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านโป่ง และเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 100 นาย ทั้ง สภ.อ.สันทราย สภ.อ.แม่แตง ฯลฯ ได้วางกำลังคุ้มกันเจ้าหน้าที่รังวัด จากสำนักงานที่ดิน จ.เชียงใหม่ และตัวแทนบริษัทบริพัตรบ้านและที่ดิน จำกัด ที่จะเข้าทำการรังวัดที่ดินบริเวณดังกล่าวในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ โดยทางตัวแทนบริษัทอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินและมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวแทนบริษัทได้เข้าแจ้งความ กรณีชาวบ้านขัดขวางไม่ให้ดำเนินการทำรังวัดในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว กรณีดังกล่าวเป็นผลให้ชาวบ้านโป่งกว่า 100 คน รวมตัวกันปิดถนนทางเข้าออกพื้นที่ที่จะมีการทำรังวัดเขตที่ดินเพื่อขัดขวางไม่ให้ดำเนินการทำรังวัดในพื้นที่ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเอื้ออำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่รังวัด และตัวแทนบริษัทบริพัตรบ้านและที่ดิน จำกัดนั้น เป็นผลมาจากได้มีหนังสือจากสำนักงานที่ดิน จ.เชียงใหม่ สาขาสันทราย ระบุถึงนายอำเภอสันทรายว่า "ด้วยบริษัทบริพัตรบ้านและที่ดิน จำกัด ขอรังวัด สอบเขตที่ดิน ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งในหนังสือได้กำหนดให้ช่างรังวัดดำเนินการทำรังวัดและลงพื้นที่ ในวันที่ 22 ก.พ. 2553 เวลา 10.00 น." ทั้งนี้จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้านและปิดถนนทางเข้าออก นอกจากนี้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ และพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการตรวจสอบการถือครองที่ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้างมานานกว่า 20 ปีมาแล้ว
นายดิเรก กองเงิน แกนนำชาวบ้านบ้านโป่ง ต.แม่แฝก กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้างและไม่ได้ใช้ประโยชน์นานกว่า 20 ปีมาแล้ว และชาวบ้านเข้ามาทำการเกษตรมานานกว่า 10 ปี พี่น้องชาวบ้าน 70 กว่าหลังคาเรือน ได้ทำมาหาเลี้ยงชีพในพื้นที่นี้เป็นเวลานานแล้ว แต่นายทุนเข้ามาอ้างเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน และจะเข้ามาทำการรังวัดที่ดินจำนวน 80 กว่าไร่ ซึ่งยังไม่มีกระบวนการตรวจสอบชัดเจนว่าที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวนั้นออกโดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือแม้กระทั่งพื้นที่ป่าสงวน ยังเกิดปัญหากรณีกลุ่มนายทุนออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ
นายดิเรก กล่าวถึงนโยบายแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าทั้งนี้แนวทางการปฏิบัติของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะจัดตั้งธนาคารกองทุนที่ดินขึ้น และเครือข่ายที่ดินเสนอวงเงินไป 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกิดปัญหาดังกล่าว หากประเมินราคามาแล้วเป็นวงเงิน 69 ล้านบาทสำหรับพื้นที่ ต.แม่แฝก แต่ตรวจสอบจริงแล้วมีการซื้อ 18 ล้านบาท ชาวบ้านก็สามารถรับภาระหน้าที่ตรงนี้ได้ จากนั้นชาวบ้านจะจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลเพื่อจะนำเงินที่รัฐบาลซื้อคืน ปล่อยผ่อนชำระภายใน 2549 ปี ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวคือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จะเป็นตัวแทนเข้ามาดูแลเรื่องเงินที่จะจ่ายให้กับนายทุนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่มีเอกสารถูกต้อง แต่สำหรับนายทุนที่ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์ดังกล่าวและดำเนินการตามขั้นตอน
"ขณะนี้ผมเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถถอนกำลังออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากนายทุนไม่ยอมยุติ แต่สำหรับชาวบ้านพร้อมยื่นข้อตกลง คือ ให้รอตัวแทนจากสำนักนายกฯ เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันพรุ่งนี้ก่อน และให้กลุ่มที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์เข้ามาร่วมพูดคุยด้วย" นายดิเรก กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 100 นายได้เข้าควบคุมสถานการณ์และพยายามเจรจากับชาวบ้านสลายตัวและเปิดทาง ซึ่งมีการเจรจากันนานหลายชั่วโมง ทั้งนี้เหตุการณ์ตรึงเครียดตลอดเวลา เนื่องจากเจ้าหน้าที่รังวัดพร้อมทนายความไม่ยอมยุติการเข้าไปทำการรังวัด ในที่สุดชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอ ให้รอเวลาถึงพรุ่งนี้ (23 ก.พ.) เพราะมีตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการให้เจ้าของที่ดินที่ได้อ้างเอกสารสิทธิ์ เข้ามาพูดคุยร่วมกันกับชาวบ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เป็นตัวแทนเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยเจ้าหน้าที่รังวัดของบริษัท บริพัตรบ้านและที่ดิน จำกัด ได้ยินยอมและยุติการทำรังวัด ส่วนชาวบ้านบางส่วนได้แยกย้ายกลับบ้าน แต่บางส่วนยังเฝ้าดูสถานการณ์ และรอพบตัวแทนจากสำนักนายกเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป.






|