รายละเอียด
วันที่ 9 ก.ย. 2553
ข่ายภาคปชช. เปิดเวทีถก "จัดสรรอำนาจใหม่ให้จังหวัดจัดการตนเอง" เตรียมดันนโยบายท้องถิ่นจัดการตนเอง
วันที่ 28 ก.ค. 2553 เวลา : 17:55 น.
แบ่งปัน
เชียงใหม่/ข่ายภาคประชาสังคมเชียงใหม่ เปิดเวที ถก "จัดสรรอำนาจใหม่ ให้จังหวัดจัดการตนเอง" ภาคปชช.เตรียมผลักดันท้องถิ่นจัดการตนเอง ยืนยันสู้ดันกระบวนการต่อ แม้กฎหมายไม่เอื้อให้อำนาจจังหวัดและท้องถิ่นจัดการตนเอง

วันนี้ (28 ก.ค.) เครือข่ายประชาสังคมการจัดการตนเอง จ.เชียงใหม่ จัดเวทีเสวนาวิชาการ "จัดสรรอำนาจใหม่ ให้จังหวัดจัดการตนเอง" ณ ห้องประชุมแกรนบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จ.เชียงใหม่ ภายในงานมีนักวิชาการ นักกฎหมาย ภาคประชาชน องค์กรจากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมในงานเสวนาอย่างคับคั่ง

การจัดเสวนาเพื่อหาแนวทางผลักดันนโยบายการจัดสรรอำนาจใหม่ให้จังหวัดจัดการตนเอง ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก จังหวัดเชียงใหม่จัดการตนเอง เป็นแนวทางผลักดันให้เกิดการจัดสรรอำนาจใหม่ คืนอำนาจให้ท้องถิ่น นอกจากนี้เครือข่ายภาคประชาสังคม ได้วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทางระบบโครงสร้าง คือ การรวมศูนย์อำนาจของรัฐ และการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม เป็นผลทำให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งนี้ในส่วนของการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในเมืองใหญ่ อาทิ เมืองเชียงใหม่ ที่ผ่านมาถูกอำนาจรัฐส่วนกลางเข้ามาจัดการให้โดยตลอด จึงเป็นผลทำให้นโยบายจากรัฐส่วนกลางสร้างปัญหาให้กับคนท้องถิ่น มีการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด และประชาชนในท้องถิ่นไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

นายไพสิฐ  พาณิชย์กุล  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการท้องถิ่น ว่า การจัดการท้องถิ่นเป็นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็ง ซึ่งการให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการท้องถิ่นนั้น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพลังของกลุ่มต่าง ๆ ในท้องถิ่น ทั้งนี้การจัดการในระดับท้องถิ่นเอง มีความเป็นอิสระในการจัดการอย่างสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้การจัดการท้องถิ่น เป็นการเปิดพื้นที่เพื่อสร้างกิจกรรมทางปัญญาเพื่อพัฒนาชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่แก่ชุมชนท้องถิ่น

นายโอฬาร  อ่องฬะ  ผู้ประสานงานสถาบันพัฒนาท้องถิ่นกล่าวถึงการกระจายอำนาจ การบริหารจัดการท้องถิ่นในประเทศฟิลิปปินส์ว่า ในประเทศฟิลิปปินส์เขาเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานกับองค์กรท้องถิ่น ทั้งนี้กฎหมายการปกครองท้องถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์ได้กล่าวถึงการถ่ายโอน มอบหมายการบริการให้หน่วยการปกครองท้องถิ่น ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้ให้อำนาจในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคต่าง ๆ ในการบริหารจัดการท้องถิ่นอีกด้วย และยังเปิดพื้นที่การทำงานให้กับภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงองค์กรชาวบ้าน และสมาชิกจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยการปกครองท้องถิ่น

"อย่างไรก็ตาม กลไกในระดับหมู่บ้านถือเป็นการเริ่มต้นที่มีความหมายและมีความสำคัญในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง เพื่อสร้างการทำงานแบบมีส่วนร่วมของประชาชน เสริมสร้างประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น และมุ่งเน้นแนวทางการกระจายอำนาจจากรัฐส่วนกลางมาสู่การสถาปนาการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการ การปกครองในระดับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ" นายโอฬารกล่าว.

ด้านนายสุมิตรชัย  หัตถสาร  เลขาธิการ กป.อพช. กล่าวว่า "กฎหมายที่มีมากกว่า 700 ฉบับของไทยนั้น มีจำนวนน้อยมากหากกฎหมายจะกล่าวถึงการให้อำนาจท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งกฎหมายส่วนใหญ่ให้อำนาจรัฐส่วนกลาง หรือให้รัฐเป็นศูนย์กลาง เราจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยมีการรวมศูนย์อำนาจมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ และยังไม่ปรากฎการเปลี่ยนแปลงในการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง แม้ว่าเมื่อพ.ศ.2496 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจท้องถิ่นขึ้น เช่น มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการ ฯลฯ แต่กฎหมายที่ออกมานั้น ไม่ได้ถูกออกแบบจากประชาชน แต่กลับเป็นศูนย์รวมอำนาจหรืออำนาจส่วนกลางเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างทั้งหมด เรียกว่า ออกแบบโครงสร้างระบบการทำงานจากระดับบนสู่ระดับล่าง เป็นผลทำให้ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงจุด อย่างไรก็ตาม กฎหมายของประเทศไทยที่มีอยู่นั้น มีข้อจำกัดในการเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการตนเองอยู่มาก ทั้งนี้กรณีดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหา อุปสรรค ในการจัดการตนเอง หากเราต้องการมีกฎหมายที่เอื้อต่อการใช้อำนาจในการจัดการตนเองของท้องถิ่น ของประชาชน ภาคประชาชนต้องมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไป หากการจัดการตนเองจะต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐเดี่ยวในประเทศไทย" นายสุมิตรชัยกล่าว.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตัวแทนชาวบ้านได้นำเสนอรูปธรรมการขับเคลื่อนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยนายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า "แม่ทาเป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากอ.เมืองเชียงใหม่ เป็นถิ่นทุรกันดาร และมักจะถูกลืมจากส่วนราชการ ซึ่งไม่เคยได้รับความใส่ใจจากภาครัฐในการเข้าไปดูแลท้องถิ่น จนทำให้แม่ทาต้องพึ่งตนเอง โดยการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา ทั้งนี้เราเริ่มมีการปรับการทำงานที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในท้องถิ่น การจัดการตนเอง โดยการจัดการตั้งแต่ระดับผู้นำ มีการประชุมสัญจรเพื่อทำความเข้าใจจากกลุ่มภายนอกและภายใน ขยายแนวร่วมใกล้ตัวและขยายออกไปเรื่อยๆ นอกจากนี้การจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น อย่างเช่นเรื่องการจัดการป่าชุมชน ในตำบลแม่ทาเรามีข้อบัญญัติตำบลซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดการป่าเป็นต้น" อบต.แม่ทากล่าว.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ภาคประชาสังคม มองว่า การจัดสรรอำนาจใหม่ ให้จังหวัดจัดการตนเอง หรือให้ท้องถิ่นมีอำนาจจัดการตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ภาคประชาชนต้องมีความชัดเจนในระบบการทำงานรวมถึงการสร้างศักยภาพของตนเองว่าสามารถจัดการตนเองได้ ทั้งนี้อำนาจในการจัดการตนเอง มีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันกฎหมายในประเทศไทยยังไม่เอื้อต่อการให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการตนเอง ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาตอนนี้ คือแก้กฎหมายหรือเรียกร้องให้มีกฎหมายที่เอื้อต่อการจัดการตนเองในท้องถิ่นอย่างแท้จริง.