รายละเอียด
วันที่ 25 พ.ย. 2557
“สหภาพแรงงานโฮย่า” เตรียมยื่นสถานฑูตญี่ปุ่นสอบบริษัทโฮย่าฯ
วันที่ 1 ก.ย. 2551 เวลา : 17:20 น.
0
ลำพูน/สหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์ฯ บ.โฮย่าในนิคมลำพูนเตรียมยื่นหนังสือถึงสถานทูตญี่ปุ่นและกระทรวงแรงงาน ตรวจสอบบริษัทโฮย่าฯ เหตุปลดพนักงานและล้มสหภาพแรงงาน บ.โฮย่า

จากกรณีบริษัทโฮย่า กลาสดิสก์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ได้เลิกจ้างพนักงานที่เป็นกรรมการและสมาชิกสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์ (สอฟส.) จำนวน 60 คน และนายผดุงศักดิ์ เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีคำสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียนของสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์นั้น

นายศรีทน เปรื่องวิชาธร ประธานสหภาพแรงงานฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของสหภาพฯว่า ในเร็วๆ นี้ทางสหภาพฯ จะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย รวมทั้งกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการเกี่ยวกับการล้มสหภาพแรงงานของบริษัทโฮย่าฯ เนื่องจากภายหลังที่มีสหภาพแรงงานแล้ว การดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานได้รับแรงกดดันจากฝ่ายบริหารของบริษัทฯ มาโดยตลอด ยกตัวอย่างเช่น การออกประกาศของบริษัทฯ ไม่ให้สหภาพแรงงานฯ ดำเนินกิจกรรมของสหภาพแรงงานในบริษัทฯ ไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ให้ความสำคัญในการประชุมกับทางสหภาพฯ ในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาตามที่คนงานร้องเรียน เพื่อการจัดสวัสดิการของคนงาน และเพื่อการสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง 

“คณะกรรมการสหภาพฯ คณะกรรมการลูกจ้างได้ทำหนังสือยื่นต่อบริษัทฯ เพื่อขอประชุมร่วม ทั้งหมด 7 ครั้ง แต่มีการตอบรับพูดคุยเพียงครั้งเดียวเท่านั้นคือการนัดประชุมในครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2551 ซึ่งก็ไม่มีข้อสรุปเพราะฝ่ายบริษัทฯ ส่งตัวแทนที่พนักงานฝ่ายบุคคลที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ เข้าร่วมประชุม หลังจากการประชุมในครั้งนั้นคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ คณะกรรมการลูกจ้าง ได้ขอนัดประชุมกับทางฝ่ายบริหารของบริษัทอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ฝ่ายบริหารของบริษัทไม่ใส่ใจที่จะจัดการประชุมพูดคุยร่วมกับคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ  คณะกรรมการลูกจ้าง” นายศรีทน กล่าว

นายศรีทน ยังกล่าวถึงการดำเนินการทำลายของสหภาพฯ โดยบริษัทฯ ว่า มีการเลิกจ้างคนงานที่เป็นสมาชิกของสหภาพฯ 6 คน มีการขออำนาจศาลเพื่อเลิกจ้างประธาน รองประธาน และเลขา ของสหภาพแรงงานฯ อ้างเหตุในการขอเลิกจ้างคือ พนักงานได้มีพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมกับการเป็นพนักงานและหัวหน้างานที่ดีอันพึงจะปฏิบัติและได้ฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ  ซึ่งไม่มีเหตุผลเพียงพอ และที่สำคัญในระหว่างการขออำนาจศาลบริษัทฯ ไม่ยอมให้ทั้ง 3 คนเข้าไปทำงานตามปกติ แต่ให้อยู่ข้างนอกโรงงานแทนซึ่งการกระทำเช่นนี้นำมาสู่ปัญหาของการดำเนินงานของสหภาพแรงงานฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะทั้ง 3 คน เป็นคณะกรรมการที่เป็นกำลังสำคัญ และสามารถเข้าถึงสมาชิกสหภาพฯ ได้อย่างกว้างขวาง ดังนั้นเมื่อต้องอยู่นอกโรงงานก็ทำให้การดำเนินงานของสหภาพฯ สะดุด ติดขัด ไม่สามารถที่จะได้พบปะกับสมาชิกและรับเรื่องร้องทุกข์จากสมาชิกได้ อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

นายนายอัครเดช ชอบดี รองประธานสหภาพฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานฯ พยายามที่จะดำเนินงานสหภาพฯ เพื่อสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างมาโดยตลอด พยายามที่จะทำหนังสือขอพูดคุยกับบริษัทฯ แต่ไม่เป็นผลเพราะทางบริษัทฯ ไม่ยอมพูดคุยด้วย และเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2551 บริษัทได้เรียกคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ ทั้ง 21 คน ไปพบ เพื่อรับทราบการเลิกจ้าง หลังจากที่มีการแจ้งให้ทราบว่ามีการเลิกจ้างแล้ว ก็ให้คณะกรรมการทั้งหมดออกจากโรงงานในตอนนั้นเลย แต่คณะกรรมการก็ยังไม่ได้ออกจากบริษัทฯ ในทันที แต่มายืนคุยกันอยู่ที่บริเวณหน้าบริษัทถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคณะกรรมการทุกคนอยู่ในสภาพมึนงงด้วยไม่รู้ว่าทำไมนายจ้างถึงเลิกจ้างกะทันหันเช่นนี้ และอีกอย่างเพราะว่าคณะกรรมการสหภาพฯ ทุกคนเป็นคณะกรรมการลูกจ้างด้วยซึ่งถ้าหากนายจ้างต้องการเลิกจ้างก็ต้องไปร้องขอต่อศาลแรงงานก่อนเพื่อให้ศาลแรงงานตัดสิน จึงจะสามารถเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้

“กรณีที่เกิดขึ้นทำให้คณะกรรมการลูกจ้างยังไม่ออกจากโรงงานเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นละทิ้งหน้าที่การงาน หลังจากนั้นไม่นานนายจ้างก็สั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ เข้ามาฉุด กระชาก ลากถู คณะกรรมการให้ออกจากโรงงานส่งผลให้คณะกรรมการบางคนได้รับบาดเจ็บ โดยคณะกรรมการสหภาพฯ ที่ได้รับบาดเจ็บได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว” นายอัครเดช กล่าว

นายอัครเดช ยังกล่าวต่อว่า ในช่วงสายของวันที่ 4 ส.ค. 2551 นี้เองที่สหภาพฯ ได้รับทราบว่ามีคำสั่งโดยนายทะเบียนกลางกรุงเทพฯ มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนคณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ และเพิกถอนทะเบียนสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิกคส์และเครื่องไฟฟ้าสัมพันธ์ ดังนั้นบริษัทจึงได้เลิกจ้างคณะกรรมการสหภาพฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างด้วย ทั้ง 21 คน ทันทีที่มีการแจ้งเพิกถอนทะเบียนสหภาพ

“ประเด็นที่ชัดเจนก็คือความตั้งใจของนายจ้างในการต้องการเลิกจ้างแกนนำสหภาพฯ อยู่แล้วจึงดำเนินการทันที แสดงถึงเจตนาที่ชัดแจ้ง และเลิกจ้าง คนงานสมาชิกสหภาพฯ อีก 22 คนด้วยในวันเดียวกันคือวันที่ 4 ส.ค. 2551 และหลังจากนั้นได้มีการเลิกจ้างคนงานที่เป็นสมาชิกสหภาพฯ อีก 8 คน และก็มีท่าทีว่าจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ รวมถึงการที่บริษัทฯพยายามที่จะให้หัวหน้างานมาขู่คนงานไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับสหภาพแรงงานฯ  ซึ่งการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทโฮย่าถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานฯ ของคนงาน เป็นการกระทำไม่เป็นธรรม และต้องการล้มล้างสหภาพแรงงานฯ ให้หมดไป ดังนั้นสหภาพฯ จึงใคร่ขอให้ท่านเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ได้ดำเนินการให้บริษัทโฮย่ากลาสดิสก์(ประเทศไทย)จำกัด หยุดการทำลายสหภาพแรงงานฯ และเคารพกฎหมายไทย” นายอัครเดช กล่าวทิ้งทาย.