|
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐและเอกชน ร่วมกันระดมความคิดในเวทีเสวนา "คนใต้กับการปฏิรูปแผ่นดิน" ณ. ห้อง IT สำนักวิทยาบริการ มหาวิทยาลัยทักษิณ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งภายในงานมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคับคั่ง
ทั้งนี้เครือข่ายประชาชนในภาคได้ตั้งวงพูดคุยถึงประเด็นการปฏิรูปประเทศ โดยมีเป้าหมายร่วมกันว่า การปฏิรูปในมุมมองของคนใต้ ต้องเป็นไปเพื่อตอบสนองการกำหนดอนาคตตัวเองของคนใต้ เช่น การกำหนดการพัฒนาภาคใต้ การแก้ปัญหาปากท้อง การแก้ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร โดยมิได้ตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาล แต่การปฏิรูปประเทศต้องตอบโจทย์ความต้องการของคนใต้ เพื่อเผยแพร่สู่สังคมสาธารณะ ผลจากการระดมความคิดเห็นจากวงต่างๆ ทั่วประเทศ เห็นตรงกันว่าการปฏิรูปประเทศไทยต้องไม่ใช่งานของรัฐบาล ดังนั้น กระบวนประชาชนต้องเป็นพลังในการเคลื่อนให้เกิดสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย โดยใช้เครือข่ายประชาชนเป็นพลังมวลชนในการเคลื่อนตามวิถีของแต่ละเครือข่าย ภูมินิเวศ ประเด็นงาน หรือภูมิภาคนั้น ๆ ที่หลากหลาย โดยเป็นอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง ในความหมายเบื้องต้นการปฏิรูปประเทศไทยต้องสร้างความเท่าเทียมกันของคนในสังคม โดยการปฏิรูปโดยฐานของการแก้ปัญหา ถึงจะถือว่าเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง
นายแวรมลี แวบูละ จากเครือข่ายชุมชนศรัทธา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวว่า " ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐที่ลงมาแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มักไม่ค่อยเข้าใจสภาพปัญหาที่แท้จริง และชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา เลยทำให้ปัญหายังไม่จบ และยังไม่มีท่าทีที่จะมีผลให้สถานการณ์ดีขึ้น อยากจะเสนอแบบนี้ว่าควรที่จะเข้าใจ ทั้งมิติด้านศาสนาและมิติทางชาติพันธุ์ กล่าวคือ ทำให้ ศาสนาอิสลามเป็นเรื่องที่เข้าถึงชุมชน และเปิดพื้นที่ให้กับวัฒนธรรมมาลายู ทั้งนี้ชุมชนที่เราทำงานด้วยมีทั้งหมด 3,000 คน" นายแวรมลีกล่าว.
ด้านนายสุทิน กิ่งแก้ว แกนนำเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย ระนอง ประจวบฯ กล่าวถึงสภาพปัญหาของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นว่า " ปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องพลัดถิ่น ขณะนี้คือ เราพยามที่จะผลักดันพระราชบัญญัติสัญชาติฉบับที่?พ.ศ?..ให้ผ่านการพิจารณาโดยเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้บรรจุอยู่ในรัฐสภาลำดับ 52 และในขณะเดียวกันระหว่างการดำเนินการผลักดันกฎหมายดังกล่าว เราก็นำเสนอให้ผลักดันมติ ครม. 2 เรื่อง คือ 1.อาศัยอยู่ในประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2.การสามารถที่จะทำงานได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานต่างด้าว" นายสุทินกล่าว.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้นยังมีการเสนอให้หารือกันในวงย่อยใน 4 ประเด็น คือ การปฏิรูปการเมือง การปฏิรูประบบราชการและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูประบบสวัสดิการ ซึ่งมีพี่น้องจากเครือข่ายฯต่างๆแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง และในการประชุมครั้งหน้าจะใช้คณะทำงานชุดเดิมประสานการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนขบวนต่อไป.
|