รายละเอียด
วันที่ 9 ก.ย. 2553
คำสั่งกระทรวงทรัพยากรฯ ปิดกิจการสูบน้ำเกลือชั่วคราวไร้ผล
วันที่ 20 ก.พ. 2553 เวลา : 16:18 น.
แบ่งปัน
นครราชสีมา/หลังเกิดเหตุหลุมยุบอีก แม้มีคำสั่งศาลปกครองเรื่องการกำหนดท้องที่การทำนาเกลือที่มี่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เชื่อว่ายังมีการทำนาเกลืออยู่ ชาวบ้าน 4 อำเภอหวั่นเกิดอีกครั้ง รวมพลังคัดค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีหลุมยุบเกิดขึ้นที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากระยะเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเดือน แต่กลับมีเหตุการณ์หลุมยุบเกิดขึ้นซ้ำสองในบริเวณใกล้เคียงกับหลุมเดิม ห่างกันประมาณ 5 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร ส่วนหลุมเดิมนั้นก็มีการพังทลายของดินเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ในที่ดินของนางสุข ชอบรัก อายุ 62 ปี ในเขตหมู 4 บ้านหนองราง ต.ค้างพลู อ.โนนไทย โคราช

โดยหลังจากเป็นข่าวใหญ่โตของการเกิดหลุมยุบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีสำคั่งให้ 3 กระทรวงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ

๑.     ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จัดงบประมาณเพื่อตรวจสอบโครงสร้างชั้นดินในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง

๒.     พิจารณาการใช้อำนาจทางกฎหมาย ให้ผู้ประกอบกิจการปิดกิจการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบว่าเหตุนั้นเกิดจากการประกอบกิจการจริงหรือไม่

๓.     ตรวจสอบผลกระทบของชาวบ้าน

แต่ก็มีเพียงกระทรวงทรัพยากรฯเท่านั้นที่เข้าไปทำการเอ็กซเรย์พื้นที่ และได้พบว่าใต้พื้นดินบริเวณใกล้เคียงหลุมยุบนั้น เป็นโพรงใต้ดินกินพื้นที่ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการสูบน้ำเกลือ จึงมีคำสั่งให้หยุดกิจการการสูบน้ำเกลือชั่วคราว 30 วัน แต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ โดยในปัจจุบันยังคงมีการสูบน้ำเกลือใต้ดินอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในกรณีนี้เรื่องการฟ้องคดีก็ได้มีคำพิพากษาจากศาลปกครองโคราชออกมาแล้วว่า "ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเกลือสินเธาว์และโรงงานสูบหรือนำน้ำเกลือขึ้นมาจากใต้ดิน ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๓๔ เป็นการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อกำหนดท้องที่ที่จะอนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเกลือสินเธาว์ และโรงงานสูบน้ำเกลือหรือน้ำนำเกลือขึ้นมาจากใต้ดิน มิใช่เป็นการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อกำหนดจำนวนโรงงานแต่ละประเภท หรือชนิดตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๒) และบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงดังกล่าว ที่จะอนุญาตให้ตั้งหรือขยาย หรือที่จะไม่อนุญาตให้ตั้งหรือขยายในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง จึงไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบทบัญญัติในมาตรา ๓๓(๑) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ และเป็นประกาศที่ออกโดยไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด  เนื่องจากไม่ได้นำประกาศดังกล่าวไปให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๔ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่มาตรา ๓๓(๑) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้กำหนดไว้ จึงทำให้ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเกลือสินเธาว์และโรงงานสูบหรือนำน้ำเกลือขึ้นมาจากใต้ดิน ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๓๔ ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีลักษณะที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง ซึ่งในทางกฎหมายถือเสมือนว่าไม่มีการออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเกลือสินเธาว์และโรงงานสูบหรือนำน้ำเกลือขึ้นมาจากใต้ดิน ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๓๔ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับดังกล่าว เพราะประกาศฉบับดังกล่าวย่อมไม่มีผลบังคับตามกฎหมายอยู่ในตัว ทั้งนี้ โดยเทียบคียงตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ อ.๔๗/๒๕๔๖" แต่ก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ของหน่วยงานรัฐต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ซึ่งในกรณีเช่นนี้แล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เห็นว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆที่คืบหน้าและเป็นธรรมต่อชาวบ้านเลย ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้รวมตัวกันใน 4 อำเภอซึ่งมีการทำเกลือของโคราช คือ อ.โนนไทย อ.โนนสูง อ.พระทองคำ และ อ.ขามทะเลสอ เพื่อต้องการที่จะเรียกร้องโดยหวังผลให้มีการปิดตัวของกิจการทำเกลือในโคราชทั้งหมดไม่ว่าจะต้ม ตาก หรือขายน้ำเกลือก็ตาม และห้ามทำการขนย้ายน้ำเกลือเข้ามาต้มหรือตากในโคราชอีกด้วย