|
โครงการสัมมนาเรื่อง
20 ปีมลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ
ร่วมจัดโดย
มูลนิธิบูรณะนิเวศ (มบน.), โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม,
ศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ
แห่งชาติ และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555 เวลา 8.30 น. - 17.00 น.
ณ. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
1. ความเป็นมา
ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้รุดหน้าไปมากตามความมุ่งมั่นและการเร่งรัดของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ไทยกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านทางนโยบายจำนวนมากที่กำหนดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนทางอุตสาหกรรมโดยตรงจากต่างประเทศ รวมทั้งการลงทุนอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ การส่งเสริมการจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อกระจายการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตไปสู่ภูมิภาค การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ การเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น
การเร่งรัดพัฒนาในทิศทางดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกว้างขวางและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีการใช้สารเคมีปริมาณมหาศาลในทุกภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการบริการต่างๆ ความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาได้ทำให้สังคมไทยเริ่มตระหนักว่า ประเทศไทยขาดการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาจากพิษภัยของอุตสาหกรรมทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิดขึ้นและที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตัวอย่างเช่น การขาดความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะและเทคโนโลยีในการจัดการกับภัยพิบัติทางเคมี ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในกรณีโกดังเก็บสารเคมีที่ท่าเรือคลองเตยระเบิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2534 หรือที่ยังปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เช่น ปัญหาการจัดการกากเคมีและของเสียอันตรายจำนวนมาก ปัญหาน้ำเสียและมลพิษอากาศที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงงานจำนวนมากทั้งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสำคัญๆ และ/หรือใกล้ชุมชน ปัญหาการแพร่กระจายเป็นบริเวณกว้างของโลหะหนักตามแหล่งน้ำและดินในหลายพื้นที่ เป็นต้น
ด้วยปัญหาดังที่กล่าวมา รัฐบาลไทยได้ทำการปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการควบคุมมลพิษรวมทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อมหลายด้าน โดยในปี พ.ศ. 2535 รัฐบาลได้ประกาศใช้กฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ เช่น การปรับพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ที่สำคัญคือการปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2535 ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและพลังงาน เป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กับการก่อตั้งหน่วยงานสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ด้วยกัน 2 กรม และ 1 สำนักเพื่อทำหน้าที่ป้องกันและแก้ไขมลภาวะด้านต่างๆ ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.), กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลาเดียวกัน องค์การสหประชาชาติได้จัดประชุมสิ่งแวดล้อมโลกหรือ Earth Summit ขึ้นเป็นครั้งแรกในพ.ศ.2535 ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล อันเป็นที่มาของเกิดปฏิญญาริโอ (Rio Declaration) เพื่อนำพาสังคมโลกไปสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) การรักษาและคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการป้องกันผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม บนสิทธิและหลักการสำคัญ 3 ประการ คือการมีส่วนร่วมของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลของประชาชน และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน นอกจากนี้ที่ประชุมสหประชาชาติยังได้รับรองเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งที่เรียกว่า "แผนปฏิบัติ 21 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" (Agenda 21) ซึ่งเป็นแนวทางให้ประเทศต่างๆ นำไปปรับใช้ตามลำดับความสำคัญก่อนหลังเพื่อให้สังคมโลกบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นั่นคือการทำให้คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตมีทรัพยากรธรรมชาติอย่างพอเพียงที่จะตอบสนองความต้องการต่างๆ ในการดำรงชีวิตเพื่อความกินดีอยู่ดี
เวลาผ่านไป 20 ปีเต็ม นับจากที่ประเทศไทยมีการปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและจัดการมลพิษดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน การขยายการลงทุนด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่าในขณะเดียวกันสังคมไทยก็กลับเต็มไปด้วยปัญหาและความขัดแย้งอันเกิดจากการดำเนินนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ประชาชนในชุมชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับความทุกข์และผลกระทบในลักษณะต่างๆ จากมลพิษอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติถูกคุกคามทำลาย อ่าวไทยและแม่น้ำทุกสายของประเทศกลายเป็นแหล่งรองรับน้ำเสียและมลพิษต่างๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมรวมถึงชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนงานและประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องเจ็บป่วยด้วยโรคจากมลพิษอุตสาหกรรมและสารเคมีอันตราย แน่นอนว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ได้ก่อทั้งความทุกข์และความไม่พอใจให้แก่ประชาชนในชุมชนหลายพื้นที่ จนเกิดการต่อต้านโครงการอุตสาหกรรมและโครงการพลังงานตามนโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล หลายกรณีลงเอยด้วยการสูญเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหามลพิษ อีกหลายกรณีได้กลายเป็นภาวะความขัดแย้งที่ยังคงร้าวลึกต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน นอกจากชีวิตของประชาชนอันประเมินค่ามิได้แล้ว ภาวะเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียเวลาและทรัพยากรจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ในระดับชุมชนแต่ยังรวมไปถึงความเสียหายต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศด้วย
คณะผู้จัดการสัมมนาเห็นว่า ในวาระที่ปี 2555 นี้ เป็นปีครบรอบสองทศวรรษของการปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ขณะเดียวกันองค์การสหประชาชาติก็ได้เวียนการจัดประชุมสุดยอดสิ่งแวดล้อมโลกขึ้นอีกครั้งที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล หรือที่เรียกว่า Rio plus 20 เพื่อขับเคลื่อนโลกไปสู่ทิศทางการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ขึ้นในปีเดียวกันนี้ จึงควรเป็นโอกาสสำคัญและเวลาเหมาะสมที่จะเชิญชวนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทบทวนปัญหาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมและมลพิษต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ร่วมกันเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นในการแก้ปัญหาต่อรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันนำพาสังคมไทยไปสู่การแก้ไขปัญหารวมถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงความเสียหายในทุกมิติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
2. วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างเวทีสาธารณะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันทบทวนปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงร่วมกันสะท้อนมุมมอง ข้อคิดเห็น และข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมในการจัดการปัญหาที่เรื้อรังอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางการป้องกันปัญหาในอนาคตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย
3. วัน เวลา และสถานที่ของการจัดสัมมนา:
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 08.30-16.30 น.ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
4. องค์กรร่วมจัด
มูลนิธิบูรณะนิเวศ, โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม, ศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
5. การสัมมนาและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
องค์ประกอบของงานสัมมนาในวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ประกอบด้วย
ภาคเช้า ( 08.30 - 12.00 น .)
เสวนาวิชาการในหัวข้อ "20 ปีมลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ"
ภาคบ่าย ( 13.00 - 16.30 น .)
การอภิปรายและพัฒนาข้อเสนอต่อรัฐบาลใน 4 หัวข้อ ได้แก่
1) ภาพรวมโครงสร้างและปัญหาจากการพัฒนาอุตสาหกรรม
2) ผังเมืองที่กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมและความเสี่ยง
3) คดีมลพิษและกระบวนการยุติธรรม
4) ข้อเสนอประชาชนเพื่อแก้ปัญหามลพิษและความขัดแย้งจากนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม
วิดีทัศน์และนิทรรศการ
ในห้องสัมมนา: ก่อนเริ่มการสัมมนาจะมีการนำเสนอวิดีทัศน์ความยาวประมาณ 15 นาที ภายใต้หัวเรื่อง 20 ปี
มลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ
บริเวณหน้างาน: จะมีการแสดงนิทรรศการ 2 ชุด ได้แก่
1) "20 ปีมลพิษบนเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย": เป็นการประมวลข้อมูลและภาพลำดับเหตุการณ์สำคัญๆ
ในรอบ 20 ปี ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนความขัดแย้งทั้งระดับ
นโยบายและระดับพื้นที่
2) "จุดเกิดเหตุ" นิทรรศการภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นมลพิษอุตสาหกรรม เพื่อสะท้อนปัญหาและมิติต่างๆ
ของผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
หลังจากงานสัมมนา นิทรรศการทั้ง 2 ชุดจะนำไปจัดแสดงเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ชมและศึกษาที่บริเวณชั้น 6
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เลขที่ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา1 เดือน
การแถลงข่าว คณะผู้จัดการสัมมนาจะจัดแถลงข่าวประมาณ 20 นาทีในช่วงบ่าย เพื่อนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอต่อรัฐบาลผ่านสื่อมวลชน
การบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีการบริการอาหารกลางวันและเครื่องดื่มภายในงาน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
6. ผู้สนับสนุนการสัมมนา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 2
7. ผู้ร่วมเวทีสัมมนา
ผู้แทนจาก ชุมชน กลุ่มประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้สนใจ
ทั่วไปที่เชิญมาร่วมสัมมนา ประมาณ 150 คน
กำหนดการสัมมนา "20 ปีมลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ"
ร่วมจัดโดย: มูลนิธิบูรณะนิเวศ, โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายวางแผนและผังเมืองเพื่อสังคม,
ศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ,
และ ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555 เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ณ. ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. กล่าวรายงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ของงาน
โดย: คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ
09.10 - 09.20 น. กล่าวเปิดการสัมมนา
โดย: ศ. สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
09.10 - 12.00 น. การเสวนาวิชาการเรื่อง "20 ปีมลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ"
ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
1. ศาสตราภิชาน วิระ มาวิจักขณ์ ประธานกรรมการบริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด
(มหาชน), อดีตอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
2. รศ.ดร. เรณู เวชรัชต์พิมล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
3. รศ.ดร. กอบกุล รายะนาคร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4. ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม
5. คุณบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย / ประธานคณะกรรมการ
บริหารสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม
6. คุณประสบศิลป์ โชติมงคล รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
7. คุณสมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยโรคจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม
ดำเนินรายการโดย คุณกิตติ สิงหาปัด จากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
13.00 - 15.30 น. อภิปราย "การแก้ปัญหามลพิษอุตสาหกรรมและความขัดแย้งจากนโยบายการพัฒนา
อุตสาหกรรม"
1) ภาพรวมโครงสร้างและปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรม: คุณเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง มูลนิธิบูรณะนิเวศ
2) ผังเมืองที่กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมและความเสี่ยง: คุณภารนี สวัสดิรักษ์ เครือข่ายวางแผน
และผังเมืองเพื่อสังคม
3) คดีมลพิษและกระบวนการยุติธรรม: คุณสุรชัย ตรงงาม โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม
4) ข้อเสนอประชาชนเพื่อแก้ปัญหามลพิษและความขัดแย้งจากนโยบายการพัฒนา
อุตสาหกรรม: ตัวแทนเครือข่ายประชาชน
ดำเนินรายการโดย ดร. บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สถาบันธรรมรัฐเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม
15.30 - 16.00 น. แถลงข่าว "ทางออก 20 ปีมลพิษอุตสาหกรรมไทย: ปัญหาและการจัดการ"
16.00 - 16.30 น. สรุปและปิดการสัมมนา
โดย: คุณสมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระ
ทบด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ |