• 23 กันยายน 2561 - 08:25 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ผู้สูงวัยเสนอสื่อหาตลาดสร้างอาชีพดีกว่าหลอกให้ซื้อสินค้า

 วันที่ 13 ธันวาคม 2560 - 17:49 น.  |   เข้าชม: 716 ครั้ง  พิมพ์

 

ประชาธรรมเปิดเวทีร่วมเครือข่าย ระดมความเห็น “การรู้เท่าทันสื่อ” และ “สร้างสิทธิพลเมือง” ในประเด็นผู้สูงวัยพื้นที่อ.แม่ริม

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560  มูลนิธิสื่อประชาธรรมจัดเวทีระดมความเห็น (Focus group) สิทธิผู้สูงวัยกับการใช้สื่อ  ในพื้นที่อ.แม่ริม  เวทีนี้เป็นเวทีระดมความเห็นครั้งที่สอง และเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ชานเมือง จึงมีความเห็น ประสบการณ์ และข้อเสนอจากกลุ่มผู้สูงอายุที่แตกต่างไปจากการระดมความเห็นในเขตเมืองเมื่อครั้งก่อน

โดยกลุ่มที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนได้แก่ ชาวบ้านในเขตอำเภอแม่ริม 4 ตำบล (ต.แม่สา ต.แม่แรม ต.แม่ริมใต้ ต.โป่งแยง) ประกอบด้วย ประธานเครือข่ายม้ง ข้าราชการบำนาญ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนชนเผ่า  ข้าราชการเกษียณ  คณะกรรมการตำบล คณะกรรมการหมู่บ้าน  กรรมการกองทุนหมู่บ้านและผู้สูงอายุ ชาวบ้านม้ง  ประธานผู้สูงอายุ นักเรียนผู้สูงวัย  ประธานแม่บ้าน ประธานผู้สูงอายุ  นักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ

เนื่องจากพื้นที่นี้มีเครือข่ายผู้สูงอายุเข้มแข็ง จึงมีผู้สูงอายุสนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และเกินโควตาที่ประชาธรรมกำหนด จึงทำให้วงประชุมมีคนมาจากหลากหลายกลุ่ม และมีแง่มุมน่าสนใจหลายแง่มุม

ประเด็นแรกที่แลกเปลี่ยน คือ การรับและส่งสาร  กลุ่มผู้สูงวัยพื้นที่อ.แม่ริมในปัจจุบัน เล่น ไลน์ เฟชบุ๊ค ดูทีวี และใช้โทรศัพท์ทุกคน มีบางคนเท่านั้นที่รับสารจากหนังสือพิมพ์ จดหมาย ยูทูป วิทยุ  สารที่รับในสื่อ”เก่า” (สื่อที่ใช้รับสารเพียงอย่างเดียว) จะใช้เสพข่าวสารและสารคดีเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสื่อใหม่ที่สามารถตอบโต้ และส่งสารต่อได้ง่าย เช่น เฟชบุ๊ค ไลน์ นอกจากจะใช้ รับข่าวสาร  ดูข่าว ละครแล้ว ยังใช้เพื่อสื่อสารกับคนอื่นโดยเฉพาะการส่งต่อหมายนัดประชุม หมายนัดกิจกรรม รวมถึงส่งต่อข่าวสารที่ (เชื่อว่า) มีประโยชน์

อย่างไรก็ดี การใช้งานและส่งต่อข่าวสารได้ง่ายกลายเป็นช่องทางในการส่งต่อข่าวเท็จ การขายโฆษณาขายสินค้าเกินจริง โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ  โดยมิจฉาชีพใช้กลเม็ดที่แตกต่างกันไป สามารถสรุปจากประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมเวทีดังนี้

เฟชบุ๊คและไลน์ มักจะเจอการแชร์ข่าวเท็จ หลอกขายโฆษณา

ทางทีวี (ส่วนใหญ่ช่องเคเบิ้ล) พบเจอโฆษณาขายสินค้าเกินจริง  โดยพูดย้ำสรรพคุณ และเน้นความตลกโปกฮา

วิทยุ โฆษณาหลอกขายสินค้าต่างๆ ได้แก่ สินค้าการเกษตร  ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

โทรศัพท์   แก๊งคอลเซนเตอร์หลอกโอนเงิน โทรมาหลอกว่าลูกหลานโดนจับให้ส่งเงินมาประกันตัว

จดหมาย มีการส่งจดหมายเพื่อหลอกให้ไปรับรางวัล

สื่อบุคคล(ปากต่อปาก) เรื่องสุขภาพ สินค้าที่น่าสนใจ บางครั้งใช้บุคคลน่าเชื่อถือในด้านนั้นๆ มาขายสินค้า

คำถามสำคัญที่หยิบยกมาจากประเด็นแรก  และถกเถียงกันต่อ  คือ กลเม็ดที่พวกเขาเจอมีผลต่อกลุ่มผู้สูงวัยมากน้อยแค่ไหน และพวกเขามีวิธีตรวจเช็คข้อมูลอย่างไร

โฆษณาหรือสารที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้สูงอายุได้ ได้แก่ ข่าวสารที่หวือหวา โฆษณาขายปุ๋ย ทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยชีวภาพ-อินทรีย์ ยาสำหรับคนแก่หรือยาต่างๆ แก้ปวด แก้เมื่อย ยาหอม ยาแดง ฯลฯ  อาหารเสริม  การปรุงอาหาร การปรุงยา วิธีการออกกำลังกายแล้วหายโดยไม่ต้องใช้ยา  วิธีการรักษาสุขภาพ(เช่นดื่มน้ำวันละกี่แก้ว ห้ามกินน้ำเย็นกับยา ฯลฯ)  กองทุนสะสม - ประกันสุขภาพ – ประกันภัย  

น่าสนใจว่า กลุ่มผู้สูงอายุมีวิธีการตอบรับกับสารที่ดึงดูด และล่อตาล่อใจพวกเขาแตกต่างกันออกไป บางคนซื้อเพราะอยากลองว่ายาตัวนี้ดีจริงไหม ถ้าไม่ดีก็ไม่ซื้อต่อ หรือไปตามโพสต์ประจานตามแหล่งที่โฆษณา บางคนเลือกไม่ซื้อ เพราะไม่มั่นใจ และโฆษณาดูเกินจริง ในรายที่ลังเลใจว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อจะมีการไปปรึกษาคนที่เคยลองซื้อมาทาน หรือคนรู้จักเพื่อพิจารณา ในกลุ่มของคนสูงวัยที่อยู่ในสถานะจะเช็คได้ว่าดีจริงไหมจากแหล่งยืนยันที่เชื่อถือได้จะพิจารณาดูว่า อาหารเสริมที่ตนทานนั้นมาจากไหน อย่างเช่น เซซามินแก้อาการปวดเข่า มีงานวิจัยของ มช.ที่ยืนยันว่าเซซามินแก้ปวดเข่าได้ ก็จะพิจารณาเลือกซื้อสินค้านั้น เป็นต้น

ในส่วนข่าวสารเท็จ หรือกรณีมีข้อความว่า "สวัสดีวันจันทร์” “ถ้าส่งต่อแล้วจะมีโชค” “ถ้าไม่ส่งจะมีอันเป็นไป” บางรายจะรีบส่งต่อทันที เพราะกลัวไม่มีโชค หรือโชคร้าย แต่บางรายจะลบข้อความทิ้งและบล๊อคผู้ส่งสารทันที

การมีเครือข่ายกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ทำให้เกิดกิจกรรม และช่วยแก้ไขปัญหาได้หลายอย่าง ในพื้นที่นี้มีการจัดตั้งกลุ่มโรงเรียนผู้สูงวัย โดยจะนำผู้สูงวัยที่สมัครใจมาเจอกันทุกวันศุกร์ เพื่อทำกิจกรรมและพูดคุยกัน มีการเชิญหน่วยงานรัฐมาช่วยให้ข้อมูลความรู้ การเฝ้าระวังภัย เป็นต้นว่า รพสต. (หรืออนามัย) เข้ามานัดตรวจ พูดคุยเรื่องสุขภาพ  ตำรวจเข้ามาจัดอบรม ให้ความรู้ เช่น ภัยใกล้ตัว แบงค์ปลอม โฆษณายาเกินจริง คอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนตังค์ เกษตรอำเภอมาสอนเรื่องปลูกพืชผัก นิมนต์พระมาสอนธรรมะ  และพัฒนาสังคมฯ เข้ามาให้ความรู้ ดังนั้น จึงทำให้เครือข่ายทางสังคมเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันอีกชั้นหนึ่ง กรณีการรับสื่อก็เช่นกัน การมีวงสนทนาที่เจอกันทุกอาทิตย์ทำให้พวกเขารับรู้ประสบการณ์ และแชร์กันในบางครั้ง

เนื่องจากโครงการ “การรู้เท่าทันสื่อ” และ “สร้างสิทธิพลเมือง” ในประเด็นผู้สูงวัยของมูลนิธิประชาธรรม มีเป้าหมายให้การสื่อสารเรื่องของผู้สูงอายุถูกสื่อออกไปอย่างมีศักดิ์ศรี รวมถึงการถ่ายทอดความคิดเห็นเกี่ยวกับความคิดของผู้สูงอายุจริงๆ ตลอดจนคนทุกวัยมีส่วนร่วมในการเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงได้มีตั้งประเด็นหารือเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้สูงอายุอยากสื่อสาร โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมได้เสนอสิ่งที่ตนเองอยากเห็นในการสื่อสาร ได้แก่ หนึ่ง ความรู้ วิทยาการสมัยใหม่ๆ สอง เพลงในวัยของตน  สาม การระวังภัย  สี่ อยากเห็นสื่อออนไลน์สร้างสรรค์ ไม่ใช่มีแค่ตีกัน รถชนกัน

สิ่งที่กลุ่มผู้เข้าร่วมอยากสื่อสาร คือ คุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่น อยากเล่าอดีต ประสบการณ์ เรื่องเก่าๆเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่นำไปคิดวิเคราะห์ เลือกนำคุณค่าที่เห็นว่าเหมาะไปใช้ในการดำเนินชีวิต   นอกจากนี้ ยังอยากถ่ายทอดความคิดของพวก เพื่อลูกหลานเอาใจใส่ และให้คุณค่าความสำคัญกับครอบครัว

ประเด็นเรื่องสิทธิพลเมืองและสวัสดิการ กลุ่มผู้สูงวัยในพื้นที่นี้ค่อนข้างพอใจกับสวัสดิการรัฐที่เป็นอยู่ ในความเห็นของพวกเขาสวัสดิการที่ต้องการได้แก่ การเพิ่มเบี้ยยังชีพ  งดเว้นค่าน้ำไฟให้กับผู้สูงอายุที่ยากจน ควรมีการกำหนดวันผู้สูงอายุเป็นวันฟรีเดย์เพื่อทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกมีคุณค่าและเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัยโดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ  มีกิจกรรมพาผู้สูงอายุไปเที่ยวสถานที่ที่มีเกร็ดความรู้ ไม่ใช่สนุกสนานอย่างเดียว ช่วยเสริมทักษะอาชีพที่เหมาะสม หาตลาดและสร้างงาน  

เมื่อได้ข้อมูลชุดนี้มาแล้ว ประชาธรรมจะนำไปวิเคราะห์รวมกับข้อมูลโฟกัสกรุ๊ปที่ได้จากอีกสามพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลเชิงสถิติและเชิงคุณภาพมาเสนอผ่านเว็บ รวมถึงดำเนินโครงการในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นกิจกรรมอะไรนั้นติดตามได้ที่ คอลัมน์ “งานมูลนิธิสื่อประชาธรรม” ในเว็บไซต์ WWW.PRACHATHAM.COM

โครงการพัฒนากระบวนการสื่อสารเพื่อสิทธิพลเมืองของผู้สูงวัยในสังคมผู้สูงอายุ มูลนิธิสื่อประชาธรรมได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

โครงการร่วมมืออื่นๆ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 16,856 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.