/
บทความ/
ประชาธรรมจัดอบรม Activist Journalist ตอน Constructive Journalism – หนุนนักสื่อสารชาติพันธุ์รายงานข่าวเชิงสร้างสรรค์ เปิดมุมมองใหม่ท่ามกลางวิกฤตข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม
ประชาธรรมจัดอบรม Activist Journalist ตอน Constructive Journalism – หนุนนักสื่อสารชาติพันธุ์รายงานข่าวเชิงสร้างสรรค์ เปิดมุมมองใหม่ท่ามกลางวิกฤตข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม
กองบรรณาธิการประชาธรรม
10 กุมภาพันธ์ 2569
อ่าน 1 นาที

เมื่อวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิสื่อประชาธรรมจัดการอบรมหลักสูตร “Activist Journalist Workshop: Constructive Journalism – การรายงานข่าวเชิงสร้างสรรค์” ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ โดยมีนักสื่อสาร นักข่าวพลเมือง และ content creator จากหลายพื้นที่เข้าร่วม เพื่อเรียนรู้แนวทางการรายงานข่าวที่ไม่หยุดอยู่แค่การชี้ปัญหา แต่มุ่งนำเสนอทางออกและเปิดพื้นที่สนทนาอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะประเด็นชาติพันธุ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในช่วงเช้าวันแรก เอกมงคล ปูรีเดช จาก ASIA Centre นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง Climate Disinformation (CD) ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มชนพื้นเมือง (Indigenous People) โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากไทย กัมพูชา อินเดีย และมาเลเซีย พบว่ารัฐและกลุ่มทุนในหลายประเทศใช้ข่าวบิดเบือนเป็นเครื่องมือในรูปแบบที่ซ้ำกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการฟอกเขียว (Greenwashing) การเสนอทางออกที่ผิดพลาด (False Solutions) และการสร้างวาทกรรมผลักภาระ (Scapegoating) ให้กลุ่มชาติพันธุ์กลายเป็นผู้ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม
วิทยากรชี้ว่า ในประเทศไทย รัฐหลีกเลี่ยงการยอมรับว่ามี “ชนพื้นเมือง” และเลือกใช้คำว่า “กลุ่มชาติพันธุ์” เพื่อลดภาระความรับผิดชอบของรัฐ ขณะที่ข่าวบิดเบือนถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการควบคุมพื้นที่ การจับกุมผู้นำชุมชน และการผลักชนพื้นเมืองออกจากกระบวนการตัดสินใจ

นันทา เบญจศิลารักษ์ วิทยากรได้นำเสนอแนวคิดหลัก 3 ประการของการรายงานข่าวเชิงสร้างสรรค์ เสาหลักที่ 1 มุ่งสู่ทางออก (Focus on Solutions) ไม่ใช่การปฏิเสธปัญหา แต่ไม่หยุดอยู่แค่การรายงานว่ามีปัญหาอะไร ต้องตั้งคำถามต่อว่ามีความเป็นไปได้อะไรบ้างในการแก้ไข โดยทางออกที่ดีต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และไม่กลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อ
เสาหลักที่ 2 คือความลึกของเนื้อหา (Cover Nuances) ไม่มองโลกเป็นแค่ขาวกับดำ ปัญหาสังคมมีหลายมิติ มีบริบท มีเงื่อนไข งานของสื่อคือค่อย ๆ คลี่ภาพเหล่านั้นให้คนเห็น เมื่อคนเข้าใจปัญหาในระดับลึก จะเริ่มตั้งคำถามกับระบบมากกว่าตั้งคำถามกับคนตัวเล็กตัวน้อย
และเสาหลักที่ 3 การสร้างบทสนทนา (Promote Democratic Conversation) ข่าวไม่ได้มีหน้าที่ให้คำตอบสุดท้าย แต่ทำหน้าที่ตั้งคำถามที่ดีและเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามาคิดต่อ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนกล้าพูด กล้าแลกเปลี่ยน โดยหลีกเลี่ยงภาษาที่กระตุ้นความขัดแย้ง
วิทยากรยกตัวอย่างปัญหาการรายงานข่าว PM2.5 และไฟป่า ซึ่งสื่อกระแสหลักมักเน้นเพียงตัวเลขฝุ่นและกล่าวโทษชาวบ้านหรือชาวเขา โดยขาดการอธิบายโครงสร้างปัญหาและทางออก รวมถึงกรณีเหตุการณ์ดินถล่มที่ห้วยหินลาดใน ที่สื่อสรุปว่าเกิดจากการทำลายป่า ทั้งที่ชุมชนแห่งนี้ดูแลป่าอย่างเข้มแข็งและเคยได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์

ในวันที่สอง ทินภัทร ภัทรเกียรติทวี จากโพควาโปรดักชัน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำสื่อเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องชาติพันธุ์ โดยเน้นแนวคิดการหา “จุดร่วม” ท่ามกลางความต่าง เช่น ประเด็นป่าไม้ที่ทั้งคนเมืองและคนบนดอยต่างต้องการรักษาป่าเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่วิธีการ หากสื่อสารให้เห็นเป้าหมายร่วมก็อาจนำไปสู่การทำงานร่วมกันได้
วิทยากรย้ำถึงความสำคัญของการวางจุดยืน (Position) ของนักสื่อสาร การเคารพเจ้าของเรื่อง การเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเล่าเรื่องด้วยเสียงของตนเอง และการตระหนักว่าอัตลักษณ์ไม่ใช่สิ่งคงที่ แต่เป็นสิ่งที่ถูกประกอบสร้างผ่านสื่อและวัฒนธรรม

ต่อมา ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เครื่องมือ User Needs วิทยากรแนะนำโดย กนกพร จันทร์พลอย ซึ่งเครื่องมือนี้พัฒนาจากงานวิจัยของ BBC World Service ซึ่งศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคข่าวกว่า 2.5 ล้านคนจาก 50 ประเทศ พบว่าผู้อ่านมีความต้องการพื้นฐาน 4 กลุ่ม ได้แก่ ความรู้ (Know) ความเข้าใจ (Understand) การลงมือทำ (Do) และอารมณ์ความรู้สึก (Feel) ซึ่งแตกออกเป็น 8 ประเภทย่อย
นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเครื่องมือดิจิทัล สำหรับวิเคราะห์เนื้อหาสื่อตามกรอบ User Needs เพื่อช่วยให้นักสื่อสารเข้าใจว่าเนื้อหาที่ผลิตตอบโจทย์ผู้อ่านในด้านใด และควรพัฒนาไปในทิศทางไหน
ภายหลังการอบรม มูลนิธิสื่อประชาธรรมประกาศสนับสนุน ทุนทำข่าว 10 ทุน สำหรับผู้เข้าร่วมที่สนใจผลิตผลงานสื่อเชิงสร้างสรรค์ในประเด็น “ชาติพันธุ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยไม่จำกัดรูปแบบผลงาน ทั้งบทความ คลิปสั้น วิดีโอ หรือสื่อสร้างสรรค์อื่น ๆ ผลงานทั้งหมดจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ประชาธรรมและช่องทางของผู้ได้รับทุนในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569
ผู้เข้าร่วมหลายคนสะท้อนว่า การอบรมครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองต่อการทำข่าว จากเดิมที่เข้าใจว่า “ข่าวสร้างสรรค์” คือการนำเสนอเชิงบวก แต่กลับเข้าใจว่าแท้จริงแล้วคือการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหา บริบท และแนวทางแก้ไข โดยไม่ทำให้ผู้คนหมดหวังหรือถูกตีตรา หลายคนรู้สึกมีความหวังว่ายังมีสื่อที่นำเสนอเรื่องราวโดยไม่ทำให้ชุมชนถูกมองในแง่ลบ และเชื่อว่าสื่อสามารถเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนเมืองกับชุมชนที่อยู่กับป่าได้








แชร์บทความ