ประชาธรรม

โครงการที่กำลังทำสื่อสิ่งพิมพ์
ติดต่อเรา
หน้าแรก

/

บทความ

/

พนักงานห่านคูเมือง ตัวแทนพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไปของเชียงใหม่

ข่าวเด่นฝุ่นไฟ Dialogue

พนักงานห่านคูเมือง ตัวแทนพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไปของเชียงใหม่

รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

27 สิงหาคม 2568

อ่าน 1 นาที

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วของการทดลองงานของ “น้องห่านคูเมือง” ในฐานะผู้กำจัดวัชพืชในคูเมืองเชียงใหม่ ข้อถกเถียงสำคัญที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกคือ การที่ห่านจะไปลงถนนและรบกวนการสัญจรของรถยนต์ และควรเอางบประมาณมาแก้ไขถนนเป็นหลุมบ่ออยู่แล้วแต่ไม่ได้รับการซ่อมมากกว่า แต่เพียงไม่กี่วันแก๊งค์น้องห่านกลับเอาชนะใจผู้คนได้เป็นจำนวนมากจนกระทั่งมีการนำเก้าอี้มาตั้งเพิ่มเพื่อให้สะดวกต่อการนั่งชมห่าน จากเสียงไม่พึงพอใจของคนใช้ถนนกลายเป็นเสียงชื่นชมว่าฝูงห่านนี้ทำให้เมืองคึกคักขึ้น การค้าขายดีขึ้น และเพิ่มสีสันให้กับเมือง แม้กระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้เพิ่มจำนวนห่านอีก

ข้อถกเถียงและการเปลี่ยนแปลงทางความคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างจากการขาดหายไปของพื้นที่สาธารณะของเชียงใหม่ จนกลายเป็นความเคยชินว่า รถยนต์บนท้องถนน คือส่วนที่สำคัญที่สุดของเมือง หรือทำให้เมืองกลายเป็น car-oriented city ไป 

เรากำลังอยู่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับรถยนต์ส่วนตัวเป็นอันดับแรกในฐานะผู้มีสิทธิในการใช้ท้องถนน คนต้องหลบให้รถก่อน รถใหญ่มาแรงได้ รถเล็กถอยไป บีบแตรมาฉันยิงทิ้ง นี่คือสิทธิของคนที่ไม่เท่ากันในการใช้ถนน และการเดินทางซึ่งไม่ได้คำนึงถึงความหลากหลายของประชากรในเมือง ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มเปราะบางอื่นทั้งทางกายภาพและเศรษฐกิจ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วย และอาจรวมถึงสัตว์ที่ใช้ชีวิตในเมือง นอกเหนือจากคนแข็งแรงและมีรายได้สำหรับรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งอาจหมายความว่า ถ้าคุณไม่แกร่งพอก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่มีถนนเพื่อให้รถส่วนตัวเท่านั้นได้ 

แนวคิดรถยนต์ส่วนตัวเป็นใหญ่นี้ทำไปสู่การสร้างผังเมืองและพื้นท่ีสาธารณะที่ไม่ได้ออกแบบมาไว้เพื่อความต้องการใช้ถนนและใช้เมืองที่หลากหลายของประชากร ซึ่งนำไปสู่การที่เมืองขาดระบบขนส่งสาธารณะที่เอื้อให้กับการเดินทางของประชาชน 

การมาของ “น้องห่านคูเมือง” น่าจะนำมาซึ่งความหวังในการเปลี่ยนผ่านสู่เชียงใหม่ที่เป็นเมืองรูปแบบ people-centric city หรือเมืองที่ให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง แม้ว่าเมืองที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นศูนย์กลางจะทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่เมืองที่คนเป็นศูย์กลางนั้นคือเมืองที่เอื้อกับการอยู่อาศัยของทุกกลุ่มคน และสร้างความสะดวกให้กับทุกๆคนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่เอื้อให้กับคนได้ใช้ และเข้าถึงอย่างเป็นธรรม มีเส้นทางที่ทั่วถึง มีทางเดินเท้ามากขึ้น เดินได้และน่าเดิน การเพิ่มทางสำหรับคนเดินและขนส่งสาธารณะจะเป็นการเพิ่มสายสัมพันธ์ความเป็นชุมชนได้มากขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือเป็นการลดมลพิษ PM2.5 ที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ส่วนตัวในเมือง กลายเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างแท้จริงสำหรับทุกคนและทุกชีวิต  นี่คือสิทธิการเดินทางของเชียงใหม่ที่น่าอยู่และอยู่ได้ที่สภาลมหายใจเล็งเห็นถึงศักยภาพและมีความหวังว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้จริง

ขอให้ผ่านโปรไปด้วยดีนะน้องห่าน 


แชร์บทความ

ประชาธรรม

สื่อ ประชาธรรม ประชาทำ

77/1 หมู่ 5 ต.สุเทพ อ.เมืองจ.เชียงใหม่ 50200

เกี่ยวกับมูลนิธิ

เกี่ยวกับเราช่องทางติดต่อเรา

© 2025 ประชาธรรม

FacebookTwitterInstagramTikTokYouTube