
แม้ในวันนี้อุตสาหกรรมสื่อเสียงแพลตฟอร์ม “พอดแคสต์” ยังไม่ใช่ช่องทางหลักของการรับข้อมูลข่าวสาร รวมถึงสื่อท้องถิ่น นักข่าวพลเมืองเองก็ยังมีการผลิตสื่อเสียงค่อนข้างน้อย แต่ทิศทางของการเติบโตของผู้รับสารกลับมาแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างมีนัยยะโดยสัดส่วนของการเติบโตของสื่อเสียง “พอดแคสต์”สำหรับประเทศไทย ตัวเลขล่าสุดจากแพลตฟอร์มสปอติฟาย (Spotify) ในเดือนสิงหาคม 2567 พบว่าในช่วง 5 ปีก่อนหน้านั้น จำนวนการผลิตรายการพอดแคสต์ในประเทศไทยเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 81 สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากจากทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ฟัง นอกจากนี้ วิดีโอพอดแคสต์ได้กลายเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 450 ในช่วงปี 2565-2567 แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ 7 ของโลกในแง่เวลาที่ใช้ฟังพอดแคสต์โดยเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 1 นาทีต่อวัน แต่มีเพียงร้อยละ 22 ของคนไทยที่ฟังพอดแคสต์เป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดและพัฒนากลุ่มผู้ฟังอีกมาก โดยเฉพาะสำหรับเนื้อหาท้องถิ่นที่มีคุณภาพในพื้นที่เฉพาะ (Niche) เช่น การรายงานข่าวโดยพลเมือง
เมื่อวันที่ 4 กย. 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิสื่อประชาธรรมโดยการสนับสนุนของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ได้มีการจัดเวทีประชุมหารือกับกลุ่มสื่อท้องถิ่น นักข่าวพลเมือง และคอนเทนท์ครีเอเตอร์มีเนื้อหาน่าสนใจสำหรับการพัฒนาตลาดนี้อยู่มาก
สถานะปัจจุบันของสื่อท้องถิ่นและนักข่าวพลเมืองที่มีอยู่ในภาคเหนือ

ภาพรวมที่ปรากฏชัดจากวงสนทนาคือสื่อท้องถิ่นในภาคเหนือกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ค่อนข้างสาหัส โดยเฉพาะสื่อวิทยุซึ่งเป็นสื่อดั้งเดิมที่หลายองค์กรในพื้นที่ยังพึ่งพาอยู่ ธุรกิจวิทยุกำลังถดถอยลงอย่างต่อเนื่องในเชิงรายได้ เม็ดเงินโฆษณาที่เคยไหลเข้าสู่สื่อวิทยุเริ่มย้ายไปอยู่ที่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Facebook แทน เพราะฝ่ายผู้ซื้อโฆษณามองว่าการลงโฆษณาบนสื่อออนไลน์ให้ผลตอบแทนที่วัดผลได้ชัดเจนกว่า ส่งผลให้สถานีวิทยุหลายแห่งในพื้นที่ต้องลดขนาดองค์กร บางแห่งถึงขั้นต้องควบรวมหรือปิดตัวไป แม้แต่สถานีวิทยุที่มีทุนหนาและเคยลงทุนประมูลคลื่นความถี่ด้วยวงเงินสูงในปีที่ผ่านมาก็ยังประสบปัญหาตัวเลขขาดทุนสะสมจนต้องลดขนาดองค์กรลงเช่นกัน ภาพที่คนในวงการเห็นตรงกันคือแนวโน้มของอาชีพในสายวิทยุแบบดั้งเดิมกำลังแคบลงเรื่อย ๆ มีแต่ข่าวการลดจำนวนพนักงานมากกว่าข่าวการเติบโต จนถึงขั้นมีการเตือนกันเองในวงการว่าคนที่เพิ่งเข้าสู่อาชีพนี้ควรเตรียมใจสำหรับความไม่แน่นอนในระยะยาว
ในแง่พฤติกรรมผู้ฟัง สื่อวิทยุแบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดฟังต่อเนื่องยาวนานเริ่มไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่คุ้นชินกับการเสพคอนเทนต์สั้นและเลือกฟังเฉพาะช่วงที่ตนสนใจ อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตที่น่าสนใจและดูจะขัดกับความเข้าใจทั่วไป คือกลุ่มผู้สูงอายุกลับมีแนวโน้มฟังวิทยุมากขึ้น และยังมีงานวิจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในวงว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z เองก็เริ่มมีอัตราการหันกลับมาฟังวิทยุเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 22 เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าสื่อเสียงในภาพรวมยังมีฐานผู้ฟังที่หลากหลายกว่าที่คนในวงการเข้าใจกันมาก่อน ในด้านโมเดลธุรกิจ สถานีวิทยุยังคงใช้ระบบเช่าเวลาออกอากาศเป็นหลัก คือให้ผู้เช่าเวลาไปกำหนดคอนเซปต์รายการเองและหาสปอนเซอร์เอง โดยสถานีเปิดขายเวลาแบบแพ็กเกจได้ครอบคลุมทั่วประเทศและสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางภูมิศาสตร์หรือกลุ่มความสนใจได้ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือสัญญาณคลื่นวิทยุแบบ FM มีขอบเขตพื้นที่ออกอากาศจำกัด ไม่สามารถไปถึงพื้นที่ห่างไกลอย่างพื้นที่บนดอยได้ ต่างจากคลื่น AM ที่ส่งสัญญาณได้ไกลกว่าแต่ปัจจุบันแทบไม่มีการลงทุนในระบบนี้แล้ว
ในฝั่งของสื่อพลเมืองและสื่อออนไลน์ที่ไม่ได้อิงกับคลื่นวิทยุ ภาพที่ปรากฏคือวงการกำลังเผชิญปัญหาด้านมาตรฐานและคุณภาพเนื้อหาที่ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านความเร็วในการนำเสนอ ที่ทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมแข่งกันปล่อยคอนเทนต์ให้ทันเหตุการณ์ที่สุด จนเกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบ “เกิดวันนี้ต้องออนวันนี้” ซึ่งทำให้กระบวนการกลั่นกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่แทบไม่มีเวลาเหลือ สื่อพลเมืองจำนวนมากไม่มีโครงสร้างบรรณาธิการที่ตรวจสอบเนื้อหาเหมือนสื่อกระแสหลักในอดีต ผลที่ตามมาคือเนื้อหาที่สื่อสารออกไปมักไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเอง ทำให้ผู้รับสารตีความไปคนละทิศทาง เกิดเป็นดราม่าและความเข้าใจผิดตามมาบ่อยครั้ง มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในบางกรณีธุรกิจสื่อกระแสหลักบางส่วนมองว่าการปล่อยข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ออกไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขภายหลังกลับเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบรับและยอดการมีส่วนร่วมได้ดีกว่า เพราะยิ่งเกิดกระแสดราม่ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เอนเกจเมนต์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นแรงจูงใจเชิงธุรกิจที่ขัดแย้งกับหลักจริยธรรมสื่อดั้งเดิม สิ่งนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อโดยตรง เพราะนักข่าวและผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องแบกรับแรงกดดันพร้อมกันทั้งเรื่องเวลาที่จำกัดและความรับผิดชอบต่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล โดยเฉพาะในประเด็นที่ละเอียดอ่อนซึ่งไม่สามารถอธิบายให้ครบถ้วนได้ภายในเวลาสั้น ๆ อย่างที่แพลตฟอร์มปัจจุบันเรียกร้อง
ผลกระทบจากแรงกดดันเช่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คุณภาพของเนื้อหาเท่านั้น แต่ลุกลามไปถึงสภาพจิตใจของผู้ปฏิบัติงานสื่อโดยตรง หลายคนในวงเสวนาสะท้อนตรงกันว่าการต้องแบกรับแรงกดดันพร้อมกันทั้งเรื่องเวลาที่จำกัดและความรับผิดชอบต่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลอย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นสภาพการทำงานปกติที่คนทำสื่อพลเมืองในภาคเหนือต้องรับมือด้วยตนเอง โดยยังไม่มีระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตของคนทำงานสื่ออย่างเป็นระบบในเครือข่าย สะท้อนให้เห็นว่าสถานะปัจจุบันของสื่อพลเมืองในพื้นที่ไม่ได้มีข้อจำกัดเพียงด้านทักษะหรือความอยู่รอดทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีมิติด้านสวัสดิภาพและสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่ถูกดูแลอย่างจริงจังควบคู่ไปด้วย
ในมิติของการทำงานกับกลุ่มชาติพันธุ์และพื้นที่ชายขอบ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของสื่อพลเมืองในภาคเหนือ พบว่าที่ผ่านมาสื่อในพื้นที่มักกระจุกตัวอยู่กับการนำเสนอประเด็นของกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นหลักและมักผูกกับประเด็นความขัดแย้งหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันเริ่มมีความพยายามขยายขอบเขตการนำเสนอให้ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงขยายเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งมิติทางวัฒนธรรมที่เป็นแง่บวกไม่ใช่เพียงประเด็นปัญหาเชิงลบเท่านั้น และมีความพยายามขยายพื้นที่การทำงานให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้นแทนที่จะกระจุกตัวอยู่เฉพาะภาคเหนือ อย่างไรก็ตามงานลักษณะนี้ยังคงเป็นงานที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์และความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับลึกกับชุมชน ผู้ผลิตเนื้อหาหลายรายเน้นย้ำว่าจะเลือกทำเนื้อหาเฉพาะกับชุมชนที่มีความผูกพันจริงเท่านั้น ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่เคยไปเยือน เพราะความไว้วางใจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนกล้าเปิดเผยเรื่องราวที่แท้จริงของตนเอง
ในแง่ของศักยภาพองค์กรสื่อพลเมืองเองนั้น ปัญหาคอขวดหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนเงินทุนหรือแหล่งทุนเสมอไป บางองค์กรระบุว่าตนเองยังคง “เนื้อหอม” ในสายตาแหล่งทุนต่าง ๆ และมีทุนเข้ามาเสนอสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่แท้จริงกลับอยู่ที่ขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร หลายแห่งมีเจ้าหน้าที่ประจำเต็มเวลาเพียงคนเดียวหรือไม่กี่คน ที่เหลือทำงานในลักษณะเครือข่ายฟรีแลนซ์ ทำให้ต้องปฏิเสธทุนบางส่วนที่เสนอเข้ามาเพราะรู้ตัวว่าหากรับมาแล้วบริหารจัดการไม่ได้ก็จะยิ่งเสียเครดิตมากกว่าได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาอิสระขนาดเล็กที่ทำเพจหรือช่องทางเฉพาะเรื่องด้วยตนเองคนเดียว ซึ่งพบว่ายิ่งขนาดองค์กรเล็กพอที่จะบริหารจัดการได้ด้วยตัวคนเดียวกลับยิ่งมีโอกาสอยู่รอดได้ในเชิงธุรกิจมากกว่า แม้รายได้จะไม่มากนักแต่ก็เพียงพอเป็นรายได้เสริมได้ ปรากฏการณ์นี้ถูกอธิบายผ่านแนวคิดเศรษฐกิจความสนใจ กล่าวคือปริมาณสื่อในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมหาศาลเมื่อเทียบกับอดีต ขณะที่ความสนใจของผู้บริโภคมีอยู่อย่างจำกัดเท่าเดิม ทำให้สื่อทุกขนาดต้องแย่งชิงความสนใจกันอย่างดุเดือด สื่อขนาดเล็กมากที่หาจุดยืนเฉพาะทางที่ชัดเจนจึงมีแนวโน้มอยู่รอดได้ดีกว่าสื่อขนาดกลางที่พยายามทำเนื้อหาให้ครอบคลุมกว้างเกินไป
สำหรับพอดแคสต์โดยเฉพาะนั้น ภาพรวมที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือวงการพอดแคสต์ในภาคเหนือยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก มีผู้ผลิตรายการอยู่น้อยราย รูปแบบรายการที่มีอยู่ก็ยังไม่หลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาเชิงลึกหนัก ๆ ที่ต่อยอดมาจากงานข่าวเชิงลึกเดิม ยังไม่ค่อยมีรูปแบบการเล่าเรื่องที่หลากหลายเหมือนตลาดพอดแคสต์ในต่างประเทศหรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เอง ขณะที่ในระดับประเทศเองพอดแคสต์ในภาคเหนือก็ยังถือว่าเป็นตลาดที่ยังไม่อิ่มตัวเมื่อเทียบกับสื่อวิดีโอสั้นหรือคอนเทนต์โซเชียลมีเดียทั่วไปที่แข่งขันกันดุเดือดจนหาช่องว่างได้ยากแล้ว สภาพเช่นนี้จึงถูกมองว่าเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสไปพร้อมกัน คือด้านหนึ่งขาดต้นแบบ ขาดฐานผู้ฟังที่คุ้นเคย และขาดบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางด้านการผลิตสื่อเสียง แต่อีกด้านหนึ่งก็หมายความว่ายังมีที่ว่างให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้าไปสร้างพื้นที่และสร้างมาตรฐานของตนเองได้โดยไม่ต้องแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้วเหมือนในสื่อประเภทอื่น
สื่อท้องถิ่น นักข่าวพลเมือง และภาคประชาสังคมในการผลิตรายการพอดแคสต์

เมื่อพูดถึงสิ่งที่ต้องการเติมเต็มเพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่การผลิตพอดแคสต์ได้จริง ความต้องการที่ปรากฏชัดเจนที่สุดคือทักษะด้านเทคนิคการตัดต่อ โดยเฉพาะการตัดต่อวิดีโอพอดแคสต์ซึ่งหลายฝ่ายสะท้อนตรงกันว่าเป็นจุดที่ขาดแคลนบุคลากรมากที่สุด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหาคนที่ตัดต่อเป็นเทคนิคพื้นฐานได้ เพราะคนที่ตัดวิดีโอเป็นทั่วไปนั้นมีอยู่จำนวนมาก แต่ปัญหาคือการหาคนที่สามารถตัดต่อให้ตรงประเด็นและสอดคล้องกับคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของแต่ละรายการได้นั้นทำได้ยากมาก หลายองค์กรเคยลองจ้างทีมตัดต่อจากภายนอกมาแล้วแต่ผลงานที่ได้ไม่ตรงตามที่ต้องการเพราะไม่เข้าใจแก่นของประเด็นที่จะสื่อสาร จึงเสนอให้หลักสูตรอบรมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดต่อที่มีประสบการณ์ตรงเข้ามาสอนเทคนิคเฉพาะทางนี้โดยตรง ไม่ใช่แค่การใช้โปรแกรมตัดต่อพื้นฐาน
นอกจากนี้ยังมีความต้องการเนื้อหาระดับพื้นฐานสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลยในสายสื่อเสียงหรือวิดีโอ เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมากมีพื้นฐานมาจากสายงานอื่น เช่น การถ่ายภาพนิ่งหรือการเขียนบทความ ซึ่งต้องการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานตั้งแต่ต้นในการข้ามสายมาทำพอดแคสต์ รวมถึงเทคนิคเฉพาะที่แตกต่างจากสื่อประเภทอื่นอย่างชัดเจน เช่น ความแตกต่างระหว่างการพูดโดยสบตากล้องกับการอ่านจากบทหรือพรอมป์เตอร์ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความเป็นธรรมชาติของการนำเสนอ ระดับความสำคัญของคุณภาพเสียงเมื่อเทียบกับภาพในการสื่อความหมาย และรูปแบบการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันระหว่างการทำพอดแคสต์แบบเสียงล้วนที่ต้องอาศัยการบรรยายให้เห็นภาพผ่านคำพูดอย่างมีศิลปะ กับพอดแคสต์แบบมีภาพประกอบซึ่งใช้กลไกการเล่าเรื่องที่ต่างออกไป มีการยกตัวอย่างจากสื่อต่างประเทศ ทั้งรูปแบบที่บรรณาธิการสามารถประกอบสร้างบทพูดขึ้นใหม่ทั้งหมดจากเนื้อหาที่ได้สัมภาษณ์มา และรูปแบบการออกแบบเสียงประกอบหรือ soundscape ที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงโดยไม่ต้องพึ่งภาพเลย ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้เข้าร่วมเห็นว่าน่าสนใจและอยากเรียนรู้เพิ่มเติม
ในด้านการพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืนของรายการ ความต้องการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยครั้งคือแนวทางการวางตำแหน่งและสร้างแบรนด์ของรายการให้มีเอกลักษณ์ชัดเจนพอที่จะสร้างการติดตามในระยะยาวได้ มีการเสนอแนวคิดว่าแทนที่แต่ละคนจะทำเนื้อหาแยกส่วนกันไปโดยไม่มีความเชื่อมโยง ควรออกแบบให้เนื้อหาของเครือข่ายทั้งหมดอยู่ภายใต้ขอบเขตหรือธีมเดียวกันในลักษณะคล้ายซีรีส์ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพรวมทั้งหมดของประเด็นและติดตามต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างประเทศออกแบบเนื้อหาให้ผู้ชมรู้สึกว่ากำลังติดตามเรื่องราวชุดเดียวกันที่ขยายไปในหลายพื้นที่หรือหลายมุมมอง นอกจากนี้ยังมีความสนใจในแนวคิดเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในลักษณะที่เน้นคุณภาพของกลุ่มผู้ฟังมากกว่าปริมาณผู้ชม เพื่อดึงดูดผู้สนับสนุนที่มีคุณภาพตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริง แทนที่จะพึ่งพารายได้จากยอดผู้ชมจำนวนมากเพียงอย่างเดียว หลายฝ่ายยังอยากเรียนรู้เรื่องโครงสร้างต้นทุนและอัตราค่าตอบแทนในการผลิตพอดแคสต์แต่ละรูปแบบอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถประเมินความคุ้มค่าและวางแผนงบประมาณของตนเองได้อย่างสมจริง เนื่องจากปัจจุบันแต่ละองค์กรมีข้อมูลด้านนี้ไม่ตรงกันและส่วนใหญ่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตนเอง
นอกจากทักษะเฉพาะทางแล้ว ยังมีความต้องการเชิงโครงสร้างที่กว้างกว่านั้น คือความต้องการพื้นที่หรือแพลตฟอร์มกลางที่จะรวบรวมและเผยแพร่เนื้อหาพอดแคสต์ของเครือข่ายสื่อท้องถิ่นในภาคเหนือเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาที่แต่ละองค์กรต่างคนต่างทำงานแยกส่วนกันโดยไม่รู้ว่าองค์กรอื่นกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งในแง่การจัดกิจกรรมที่ซ้ำซ้อนกันโดยไม่ตั้งใจ และในแง่การผลิตเนื้อหาที่อาจทับซ้อนหรือขาดการส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน มีการเสนอแนวคิดในลักษณะของแพลตฟอร์มรวมความรู้หรือฐานข้อมูลเสียงกลางของภาคเหนือ ซึ่งอาจต่อยอดไปถึงแนวคิดการผลิตหนังสือเสียงจากองค์ความรู้ท้องถิ่นหรืองานวิชาการของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่ยังเข้าถึงได้ยากสำหรับคนทั่วไป เพื่อสร้างทั้งช่องทางเผยแพร่ความรู้และช่องทางรายได้ใหม่ให้กับเครือข่ายไปพร้อมกัน รวมถึงมีการพูดถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อวงการสื่อเสียงในอนาคตอันใกล้ ทั้งในแง่โอกาสที่ AI อาจช่วยงานบางส่วน และในแง่ความท้าทายต่อความเป็นตัวตนและเสียงเฉพาะของผู้จัดรายการแต่ละคนซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยียังทดแทนได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้เข้าร่วมเห็นว่าควรมีการติดตามและเรียนรู้ร่วมกันต่อไปในอนาคต
โดยสรุปแล้ว ความต้องการสนับสนุนที่ระดมได้จากเวทีนี้ครอบคลุม 3 ระดับไปพร้อมกัน คือ (1) ระดับทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิคการผลิตและตัดต่อ (2) ระดับการวางกลยุทธ์ธุรกิจและการสร้างแบรนด์เพื่อความยั่งยืนของรายการ และ (3) ระดับโครงสร้างเครือข่ายที่จะช่วยเชื่อมโยงทรัพยากรและองค์ความรู้ระหว่างองค์กรสื่อท้องถิ่นในภาคเหนือเข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่ต้องการไม่เพียงฝึกทักษะการผลิตพอดแคสต์ให้แก่นักข่าวพลเมือง แต่ยังมุ่งสร้างเครือข่ายและระบบนิเวศสื่อท้องถิ่นที่เข้มแข็งขึ้นในระยะยาวด้วย

