
ทำไมจึงต้องมีคณะกรรมการระดับจังหวัด กองทุนอากาศสะอาด และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง/ ไพสิฐ พาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เป็นโจทย์ใหญ่สำคัญของสิทธิในอากาศสะอาดในมุมของประชาชน เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นการสถาปนาสิทธิใหม่ขึ้นมา เมื่อมีการรับรองว่าเป็นสิทธิก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะทำให้มีอากาศสะอาดขึ้นมา และยังมีสิทธิของการฟ้องร้องไว้ด้วย ซึ่งหลายประเทศก็มีสิทธินี้อยู่
คำนิยาม “กลุ่มเปราะบาง” ที่ปรากฏในร่างกม.ฉบับนี้หมายถึงใครบ้าง มีการตั้งเกณฑ์ เช่น คนที่มีความเสี่ยงสูง ภูมิต้านทานต่ำเช่น เด็ก ผู้หญิงมีครรภ์ คนป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ผู้ทำงานกลางแจ้ง และผู้สูงอายุ เป็นหน้าที่ของรัฐต้องไปดูแลโดยตรง เหตุที่ต้องระบุไว้เพราะเป็นเรื่องสวัสดิการทางสังคม
โดยมีการพัฒนาสิทธิในเรื่องของสุขภาพซึ่งจะอยู่ในมาตรา 7 ระบุไว้เลยว่ากลุ่มเปราะบางจะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิในการตรวจสุขภาพ การเฝ้าระวัง และการรักษาพยาบาล คนในภาคเหนือที่อยู่ในภาวะเสี่ยง รัฐต้องจัดเป็นสิทธิในสวัสดิการ นั่นคือในกฎหมายมีการเขียนชัดว่ารัฐมีหน้าที่ต้องทำอะไร เกิดสิทธิอากาศสะอาด และสิทธิในสุขภาพ เพราะฉะนั้นกลุ่มเปราะบาง และภาคประชาชนจะต้องส่งเสียงในเรื่องนี้เพื่อไม่ทำหลักการสำคัญของกฎหมายหล่นหายไป
ระบุไว้ในมาตรา 25 เหตุที่ต้องมีกลไกระดับจังวัดมีความสำคัญ 6 เรื่องคือ
1. ระบบการจัดการที่ผ่านมา เป็นการจัดการแบบเสื้อโหล ห้ามเผาทั้งหมดไม่แยกแยะ ใช้ Single Command สั่งการลง
2. การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศต้องแยกแยะตามแหล่งกำเนิด อีสาน กรุงเทพฯ และทางเหนือ ปัญหาไม่เหมือนกัน และต้องไม่ใช่การแก้ปัญหาตามตามฤดูกาล จะต้องแก้ที่แหล่งกำเนิด ซึ่งกลไกระดับจังหวัดจะเข้ามาดูแลเรื่องนี้ จะไม่สามารถทำได้ด้วยกลไกระดับประเทศ กลไกระดับจังหวัดจะเป็นคนที่รู้ข้อมูลนี้ดี มีหน้าที่ เช่น จำแนกคุณภาพอากาศ และการจัดทำแผน ต้องประกาศเขตเฝ้าระวัง โซนที่ได้รับผลกระทบต้องมีการดูแล เป็นต้น
3. จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจริงแต่ละประเทศที่เฉพาะเจาะจง อำเภอแต่ละอำเภอก็ไม่เหมือนกัน การกระจายแต่ละหน่วย คือการกระจายอำนาจในการจัดการ
4. กลไกจังหวัดสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้โดยทันที ไม่ต้องรอเวลา
5. จะเป็นกลไกที่เกาะติดปัญหา มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ถือเป็นหัวใจสำคัญ แต่ละจังหวัดก็จะมีการทำแผนบริหารจัดการไปอย่างไร จัดการไปถึงไหน
6. ระบุให้กลไกจังหวัดต้องทำงานในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดด้วย พื้นที่ที่ไม่มีการดูแล
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอากาศสะอาดระบุไว้ในมาตรา 25 เช่น มีหน้าหน้าที่ประสานงาน จำแนกพื้นที่คุณภาพอากาศ จัดทำแผนปฏิบัติการป้องและแก้ไขมลพิษทางอากาศและการจัดการเพื่ออากาศสะอาดโดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและบูรณาการด้วย สามารถประกาศเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ และยังสามารถตรวจสอบ กำกับ ควบคุมการประกอบกิจการ กิจกรรมที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบหรือพื้นที่เฉพาะ ซึ่งมีจุดเด่นคือทำงานกับคณะทำงานวิชการที่ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ถ้าอันตรายก็สามารถบอกว่าอันตรายจริง ไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง
– กองทุนอากาศสะอาดอยู่ในมาตรา 64 และ 35 เช่น
– รองรับการใช้เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาดตามพระราชบัญญัตินี้
– การสนับสนุน อุดหนุนกิจกรรมการดำเนินของภาครัฐเอกชน และชุมชนเพื่อป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดมลพิษ
– งบสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ และการส่งเสริมเพื่ออากาศสะอาด
– งบส่งเสริม สร้างความเข้มแข็ง พัฒนาเครือข่ายประชาชน ชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม เพื่อการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ และการส่งเสริมเพื่ออากาศสะอาด
– สนับสนุน ส่งเสริม หรืออุดหนุนการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ข้อมูลการศึกษาวิจัย ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพของมนุษย์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
– เสริมสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศข้ามแดน
– ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ก่อนการดำเนินกระบวนการพิจารณาและในการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง กระบวนพิจารณาใด ๆ รวมถึงการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือค่าเสียหายในคดีที่เกี่ยวข้องกับอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ รวมถึงการบังคับคดีจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
– ชดเชยและเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นแก่บุคคลที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ชุมชน หรือประชาชนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยต้องทำสัญญาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
กองทุนอากาศสะอาด เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการการแก้ปัญหา ทำให้การแก้ปัญหาไม่ใช่เป็นเรื่องฤดูกาล ที่ผ่านมามีการงบประมาณปกติทำให้เกิดการบิดเบือนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นการออกแบบให้หน่วยงาน เช่น ป่าไม้ และกระทรวงต่าง ๆ ไปคิดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันมา ทำให้เกิดเป็นเบี้ยหัวแตก แต่ถ้ามีกองทุนอากาศสะอาดและเชื่อมโยงกับการทำแผนระดับจังหวัดก็จะสามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ เช่น เรื่องการเปลี่ยนการปลูกข้าวโพดที่เป็นปัญหาระยะยาว เกษตรกรต้องการปรับตัว การตั้งงบประมาณปกติเป็นการตั้งงบล่วงหน้าถึง 2 ปี ตัวชี้วัดจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน นำไปสู่การ Make ข้อมูล ตั้งงบประมาณที่คาดว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ใช้ตัวชี้วัดง่าย ๆ เน้นไปที่จะไปลดค่าฝุ่นเท่าไหร่ บิดเบือนสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงไป
อาจกล่าวได้ว่างบประมาณปกติออกแบบกิจกรรมเป็นรายปี ไม่สอดคล้องกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับเปลี่ยนของเกษตรกร ต้องวางแผนยาวระยะยาว นอกจากนี้ งบกลางของรัฐที่มีขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ได้แก้ปัญหาระยะกลาง และระยะยาวได้ ดังนั้นกองทุนอากาศสะอาดจะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้.
ถอดความจากเวที เสวนาหัวข้อ มาตรการที่ต้อง “ห้ามปัดตก” ในพ.ร.บ.อากาศสะอาด วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจภาคเหนือ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Can) ณ ห้องประชุมบัวตอง สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สารบัญ